Home
สุขภาพหรรษา : นโยบายและทิศทางการใช้กัญชา ทางการแพทย์ (ตอน 4) Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by หมอดื้อ   
จันทร์, 25 พฤศจิกายน 2019

ไทยรัฐออนไลน์ รายงาน วันที่ 24 .. 2562


ไม่ได้ทำเชิงธุรกิจ อุตสาหกรรม ทำไมต้องมี Supply Chain กัญชา? “Supply Chain จะวิ่งไปข้างหน้าได้ ไม่ได้วิ่งด้วยใครคนใดคนหนึ่ง ถนนสายที่ระบุเส้นทางไว้แล้ว จะต้องไม่แคบจนเกินไป...มันต้องกว้างพอที่จะรองรับทุกคนให้วิ่งไปข้างหน้าด้วยกันได้

การจะนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์โดยไม่ต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ประเทศไทยจะต้องมีการดำเนินการเองอย่างครบวงจรในห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) เริ่มตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ คือการวิจัย พัฒนา คัดเลือกสายพันธุ์ และการปลูกต้นกัญชาเป็นวัตถุดิบที่มีสารสำคัญเหมาะสมที่จะใช้ในทางการแพทย์ ปราศจากการใช้สารพิษ สารเคมีระหว่างการปลูก

เมื่อมีการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์กัญชาไทยให้ได้มาตรฐาน สามารถปลูกได้ในสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศของประเทศ ไทยแล้ว จะเป็นการลดต้นทุนการผลิตวัตถุดิบให้ต่ำลงได้ กระบวนการส่วนกลางน้ำ คือการวิจัย พัฒนา และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สารสกัดกัญชาที่มีสาร CBD และ THC ตลอดจนสารอื่นๆที่ใช้ประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วย โดยหากเป็นการผลิตในระดับที่ใหญ่ขึ้นเป็น Mass Production

กล่าวคือ การผลิตในปริมาณมากโดยนำวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิต นอกจาก จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปลูก การผลิต เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้กัญชาที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังสามารถลดต้นทุนต่อหน่วยให้มีราคาถูกลงอย่างมากอีกด้วย และกระบวนการส่วนปลายน้ำ คือ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยภายใต้ความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะต้องทำการเก็บข้อมูลการวิจัยควบคู่กันไป รวมถึงการนำไปศึกษาวิจัยทดลองทางคลินิกของแพทย์และทีมผู้วิจัยด้วย


อย่างไรก็ดี เนื่องจากการใช้กัญชาทางการแพทย์ยังเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย อีกทั้งผลิตภัณฑ์กัญชาบางรายการยังจัดอยู่ใน ... ยาเสพติด การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์กัญชาจะต้องมีการขออนุญาต ซึ่งจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ระบุในกฎกระทรวงอย่างเข้มงวด จึงมีความจำเป็นต้องมีระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain manage- ment) ที่ช่วยให้ผู้ผลิต หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบกำกับดูแล นักวิจัย ผู้จัดจำหน่าย และผู้ป่วยที่ต้องการนำกัญชามาใช้สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์กัญชา ขั้นตอนการวิจัย อีกทั้งยังสามารถนำมาช่วยในการประกันคุณภาพของวัตถุดิบพืชกัญชาและสารสกัดที่ได้อีกด้วย เรียกได้ว่า สามารถติดตามสถานะการปลูกกัญชาตั้งแต่ต้นน้ำจนไปถึงการออกวางจำหน่ายช่วงปลายน้ำเลยทีเดียว

ดังนั้น การพัฒนาระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ดี นอกจากจะช่วยเพิ่มความโปร่งใส (Transparency) ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ได้ถึงคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยแล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและลดความกังวลของภาครัฐในการควบคุม กำกับดูแลการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาได้อีกด้วย


สุดท้าย หมอดื้อขอเสริมอาจารย์อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ว่า รายละเอียดทั้ง 4 ตอน น่าจะทำให้เรารับทราบกระบวนการ ในรูปของนโยบายและการปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยจำกัดสิ่งที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสังคม

สภาวะติดตำราคือการเอาทฤษฎีมาอ้าง เอาตัวหนังสือมาอ้าง แต่ไม่ได้ดู ไม่ได้ศึกษาจากของจริง เรื่องจริงทั้งหมดทั้งมวลอย่างที่ควรจะเป็นสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน

ตัวอย่างคนป่วย พาร์กินสัน รักษาที่ รพ.แห่งหนึ่ง ยาที่แม่ใช้เป็นประจำคือ Madopar HBS 125, Stalevo 100/25.200 mg ทานทั้ง สองตัว วันละ 6 ครั้ง และกรณีฉุกเฉินหายใจไม่ออกยาอื่นหมดฤทธิ์ก่อนถึงเวลาทานยาใช้ Madopar Dispersible 125 mg


แม่รักษามาตั้งแต่ปี 2549 และล่าสุดลงตัวที่ยาดังกล่าว แต่ผู้ดูแลพบผลข้างเคียงจากการใช้ยา Madopar HBS 125 และ Stalevo คือ แม่ยังสามารถเคลื่อนไหวได้ โดยถ้าแม่เกร็งก็จะมาทำงานแต่ทำงานแบบหักโหม คนในบ้านหลับหมดแล้วก็ยังทำงานบ้านอยู่อย่างนั้นโดยเฉพาะตอนกลางดึกออกไปทำสวนกลางดึก (ซึ่งคนปกติจะไม่ทำ) แม่ชอบปลูกต้นไม้มากๆ แต่ก็มากเกินไป ไม่พักเลย ติดอยู่กับงาน

ทำเหมือนเป็นนางทาสแบบหยุดไม่ได้ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่กลับ เรียกว่าทำจนหมดแรง และช่วงหลังก็จะทำงานบ้านแบบทำซ้ำซาก แต่ไม่ได้งาน ชอบรื้อของเต็มบ้านเพื่อมาจัดแต่ก็ไม่เสร็จ

นานๆที แม่จะหลอนเห็นงู และในปีนี้แม่จะหลอนเหมือนเห็นงูบ่อยมาก จึงต้องใช้ไม้เท้าเคลียร์พื้นที่ขณะเดิน เรียกว่าเห็นอะไรเป็นเส้นๆ จะคิดว่าเป็นงู พาไปว่ายน้ำก็หลอนบอกว่าจมแล้วๆ หวาดระแวงไม่ไว้ใจใคร (ก่อนนี้แม่ไม่เป็นค่ะ)


มีการปรับเปลี่ยนยาไปใช้ตัวอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ผลสำหรับแม่ มีอาการปวดศีรษะ ท้องผูก หงายหลัง ล้มบ่อย ล้มหัวฟาด จึงมาใช้ยาสองชนิดนี้ แต่ปัญหาคือ หมดฤทธิ์เร็ว ยังไม่ถึงเวลายาก็หมดฤทธิ์แล้ว แม่ก็ไม่ไหว แต่ไม่สามารถนอนได้ ก็ต้องยืนเกาะข้างเตียงเป็นเวลานาน เหมือนยืนเคารพธงชาติอยู่ข้างเตียงเพื่อรอทานยาในรอบต่อไป

รวมทั้งยืนขับถ่ายทั้งหนักและเบา พอได้ยาก็ไปทำงานทรมานร่างกาย ฝืนร่างกาย ไม่ได้สงบ ทำงานเหมือนคนบ้า ทำมากเกินไป เหมือนกินยาม้า พอหมดฤทธิ์ยาก็นอนไม่ได้ เกร็งก็ต้องยืน ขยับตัวซึ่งแม่บอกว่าดีกว่านอน

แววตาของแม่ในขณะยาออกฤทธิ์นั้นสังเกตได้ชัดเจนว่าวิกลจริต ตาลอย เหลือก ตาไม่ปกติ เหมือนคนวิปลาส แต่พอหมดฤทธิ์ยา ตาแม่ก็ปกติเหมือนเดิม จุดนี้ทำให้เราจึงหาทางเลือกที่อยากรักษาด้วยกัญชา


แม่ไม่มีอาการหลอนใดๆเมื่อใช้กัญชา กลับอารมณ์ดี ยิ้มได้ แม่มีความสุขมากๆ ความจำดี มีสติ เป็นแม่ของเราจริงๆ หลังจากการปรับกัญชา ร่วมกับปรับลดยาที่ใช้อยู่ ในที่สุดแม่สามารถหยุดยาพาร์กินสันได้ทุกตัวโดยช่วยตัวเองได้ ไม่มีอาการหลอน เคลื่อนไหวได้

ยาที่ใช้ขณะนี้คือยากัญชาปริมาณน้อยๆ วันละ 3 ครั้งเท่านั้น.


หมอดื้อ


Next >