Home
สุขภาพหรรษา : พาราควอต เจอจังๆ ตายทีละน้อย สเปิร์มหด ฮอร์โมนเหี่ยว Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by หมอดื้อ   
จันทร์, 28 ตุลาคม 2019

ไทยรัฐออนไลน์ รายงาน วันที่  27 .. 2562  https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1690606


หมอแทบทุกคน เคยรักษา เคยพบ ผู้เสียชีวิตจากสารเคมีพิษพาราควอต

รวมทั้งในลักษณะเฉียบพลัน ระยะสั้นจากการสัมผัสน้ำที่มีการปนเปื้อนด้วยสารพิษ ทำให้ผิวหนังผิดปกตินำไปสู่แผล...ติดเชื้อ และมีจำนวนมากที่ต้องตัดอวัยวะจากหนังเน่า เนื้อเน่า เสียชีวิต

และ...ระยะยาวจากการที่ได้รับสารเคมีแม้มีปริมาณน้อยแต่สะสม...เกิดโรคต่างๆทางสมอง มะเร็ง โรคทางเมตาบอลิก เบาหวาน ไขมัน ตับ

อันตรายที่เกิดขึ้นจากสารเคมี เช่น พาราควอตจะเกิดกับเกษตรกร ...ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม รวมกระทั่งถึงคนที่ทำอาชีพรับพ่นสารเคมีฆ่าหญ้าฆ่าแมลง

โดยประชาชนเหล่านี้จะเป็นคนด่านหน้าที่ได้รับอันตรายสูงสุด ทั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการสัมผัสโดยตรง หรือสัมผัสกับน้ำที่มีสารเคมี ต่อผิวหนังที่มีแผลหรือไม่มีแผลก็ตาม โดยเฉพาะที่เป็นเนื้ออ่อน เยื่อบุบริเวณง่ามก้น เนื้ออ่อนบริเวณอวัยวะเพศ เยื่อบุปาก จมูกหรือเยื่อบุตา แม้จะมีปริมาณน้อยแต่เนื่องจากเป็นพิษร้ายแรงที่สุดโดยไม่มียาถอนพิษ ทำให้เกิดการเสียชีวิตทั้งจากอุบัติเหตุ จากการทำงานหรือจากอารมณ์ชั่วแล่นที่ฆ่าตัวตายทั้งๆที่ไม่ควรจะสูญเสีย


ผลกระทบยังมีต่อผู้หญิงที่ท้องอยู่ และจนกระทั่งเด็กแรกคลอดที่อยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนี้ จากการรายงานของคณะผู้ศึกษาจากมหาวิทยาลัย มหิดล และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับผู้วิจัยจากสหรัฐฯที่รายงานในปี 2018 ระดับของพาราควอต (Geometric mean) ในปัสสาวะของผู้หญิงท้อง ที่ 28 อาทิตย์ ขณะคลอดและที่สองเดือนหลังคลอด (ซึ่งไม่ได้ออกไปทำเกษตรกรรม) อยู่ในระดับ 2.04 (4.22) 2.96 (5.04) 2.42 (5.33)/mL ข้อมูลที่สำคัญก็คือระดับของสารเคมีในปัสสาวะ ระหว่างผู้ที่ทำงานเป็นเกษตรกรและไม่ได้เป็นเกษตรกรแต่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีระดับไม่แตกต่างกัน...ขี้เทาในเด็กที่คลอดใหม่ๆพบว่ามีระดับสูงถึง 33.31 (4.59) ng/g.

ปัจจัยที่เกี่ยวพันกับการที่พบสารเคมีในผู้หญิงท้องและเด็กรวมถึงการที่ทำงานนอกบ้าน มีที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูก หรือแม้แต่มีคนในครอบครัวที่ทำงานเป็นเกษตรกร การที่ดื่มน้ำในเขตเกษตรกรรมที่ใช้สารเคมีพาราควอต

กลไกของพาราควอต ที่มีพิษต่อมนุษย์อยู่ที่การสร้างสารอนุมูลอิสระ ที่มีออกซิเจน (Reactive oxygen species) จากกลไกไม่สมดุลของการควบคุมพลังงานในเซลล์ ซึ่งเป็นผลจากสารเคมีพิษ และไปทำอันตรายต่อปอดจนเกิดน้ำท่วมปอด ตกเลือดในปอด และการที่เกิดมีพังผืด และยังมีพิษต่อตับไตและสมอง

คนป่วยในประเทศจีนจากพิษพาราควอตเฉียบพลัน จำนวน 2,136 ราย ซึ่งรวบรวมผู้ป่วยระหว่างปี 2005 ถึง 2012 และรายงานในปี 2014 พบว่ามีอัตราตาย 56% ทั้งนี้ โดยขึ้นอยู่กับความเข้มข้นหรือระดับสารเคมีพิษในเลือด...ผลกระทบอีกประการหนึ่งที่ประชาชนทั่วไปไม่ทราบคือพิษต่อระบบสืบพันธุ์

ทั้งนี้ ได้มีการศึกษาในสัตว์ทดลองและพบว่าหนูตัวผู้ ที่ได้รับสารเคมีที่ปริมาณค่อนข้างมากแต่ไม่ทำให้หนูตายเป็นเวลาแปดอาทิตย์จะมีจำนวนสเปิร์มลดลงและมีการเคลื่อนไหวแหวกว่ายช้าลง จนกระทั่งไม่มีการผลิตสเปิร์มเลย

การศึกษาล่าสุดในปี 2019 จากคณะผู้วิจัยจากประเทศจีน ได้ทำการพิสูจน์ว่าหนูที่ได้รับสารพาราควอต แม้ในปริมาณต่ำ จะส่งผลกระทบการสร้างฮอร์โมนเพศชายโดยการขัดขวางการพัฒนาการของเซลล์เลย์ดิก (leydig cell) จากเซลล์ต้นกำเนิดหรือเซลล์ตั้งต้น

ในการทดลองนั้นประกอบไปด้วยการกำจัดเซลล์เลย์ดิกก่อน โดยการใช้สาร EDS ซึ่งจะทำให้อัณฑะไม่มีเซลล์เหลือ อีกทั้งไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศชายภายในวันที่ 7-14 หลังจากนั้น เซลล์ดังกล่าวจะเริ่มงอกใหม่จากเซลล์ต้นแบบในวันที่ 17 ถึง 21 โดยมีตัวรับฮอร์โมนที่ส่งผ่านมาจากต่อมใต้สมองชนิดต่างๆ กระบวนการการงอกเซลล์ใหม่จะดำเนินพัฒนาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวันที่ 21 ถึง 35 จึงจะมีการเริ่มพัฒนาการสร้างฮอร์โมนเพศชายและเริ่มเสร็จสมบูรณ์หลังจากนั้นในวันที่ 56

ในหนูที่ได้รับสารเคมีพาราควอต ในระหว่างวันที่ 17 ถึง 28 จะมีผลกระทบกระเทือนกระบวนการสร้างและพัฒนาเซลล์ใหม่รวมจนกระทั่งถึงการสร้างฮอร์โมน ทั้งนี้ จำนวนเซลล์ดูยังมีจำนวนและปริมาณคงเดิม แต่ยีนที่ควบคุมการพัฒนาเซลล์กลับผิดปกติโดยเฉพาะในระยะสุดท้าย แล้วยังไปกระทบเซลล์เซอร์ทอร์ไล (sertoli cell) ซึ่งเป็นเซลล์ค้ำจุน และช่วยผลิตสารหล่อเลี้ยงตัวสเปิร์ม สุดท้ายทำให้มีความผิดปกติในการผลิตสเปิร์ม

นอกจากนั้น ในหลอดทดลองพบว่าสารพาราควอต มีผลโดยตรงโดยการทำให้เซลล์เลย์ดิกตาย และผ่านการสร้างสารอนุมูลอิสระออกซิเจนพิษ

ในการศึกษานี้พิสูจน์ลงลึกไปถึงกลไกในระดับโมเลกุล พบว่าพาราควอต ทำให้ระดับของ mRNA ในเซลล์เลย์ดิก ในการสร้างโปรตีน Hsd17b3. Srd5a1. Hsd11b1 ลดลง และเพิ่ม Hsd3b1 ในวันที่ 35 และในวันที่ 56 มีการเพิ่ม Srd5a1 แต่ Cyp11a1. Cyp17a1. Hsd11b1 ลดลง

ความเข้มข้นของสารพาควอต ที่มีผลทำให้เซลล์เลย์ดิกในหลอดทดลอง มีความผิดปกติจะมีปริมาณน้อยกว่าความเข้มข้นที่วัดในผู้ป่วยในประเทศจีนที่ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยซ้ำ

ผลของการศึกษาในสัตว์ทดลองนี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่ออวัยวะสืบพันธุ์ทั้งในด้านการสร้างสเปิร์ม และในการสร้างฮอร์โมนเพศชายแม้ว่าจะได้รับสารเคมีพาราควอตในปริมาณน้อยและในระยะเวลาสั้นๆก็ตาม...ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสารเคมีพิษเหล่านี้ทำอันตรายได้กว้างขวาง ในทุกระยะที่สัมผัสและเกิดผลที่เห็นประจักษ์ชัดได้ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งผลที่มาปรากฏในตอนหลัง และที่คิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าสารเคมีเหล่านี้คือตัวการสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง สมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน และที่กล่าวในบทความนี้คือระบบสืบพันธุ์ในผู้ชาย

หน่วยงานที่รับผิดชอบชีวิตคนไทยต่างให้แบนสารพิษ เหตุไฉนคนไทยยังคงต้องตั้งตารอว่า เมื่อไหร่ และใครจะเป็นผู้ปลดล็อกแผ่นดินไทยให้พ้นจากสารพิษอยู่อีก

ทั้งนี้แน่นอน ต้องไม่มีสารเคมีอื่นมาทดแทนซึ่งก็คือลูกหลานของสารเคมีต้นแบบและจะทำให้ตรวจสอบยากขึ้นไปอีกว่ามีปะปนในสิ่งแวดล้อมหรือในอาหารพืชผักผลไม้หรือไม่และกว่าที่จะต้องพิสูจน์ว่ามีอันตรายอาจจะต้องรอไปอีกศตวรรษหน้ารับมือแผ่นดินอาบพิษ หรือรอให้ตายสิ้นชาติ.

หมอดื้อ


Next >