Home
ไทยเข้ม 3 มาตรการติดตามสถานการณ์เชื้ออีโบลา Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Supaporn Wacharapluesadee   
อาทิตย์, 21 กรกฎาคม 2019

Workpoint Newsรายงานวันนี้19 กรกฎาคม2562

 

กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในต่างประเทศเตรียมพร้อมทั้งการเฝ้าระวังและป้องกันโรคเน้นดำเนินมาตรการหลักอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องหลังWHO ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ 

วันที่18 ..2562 จากกรณีที่องค์การอนามัยโลก(WHO) ประกาศให้การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหลังพบการระบาดในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ภายหลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกและองค์การสหประชาชาติได้เข้าไปให้การช่วยเหลือในการป้องกันและควบคุมโรคแต่การระบาดยังคงมีอย่างต่อเนื่องตลอดจนพบการระบาดในพื้นที่ใหม่จึงออกประกาศดังกล่าวเพื่อระดมความช่วยเหลือจากนานาประเทศ

นพ.สุวรรณชัยวัฒนายิ่งเจริญชัยอธิบดีกรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า ตาม...โรคติดต่อ..2558 กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่ออันตรายที่จะต้องเฝ้าระวังและดำเนินการอย่างเข้มข้นโดยกรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีรายงานผู้ป่วยในช่วงเดือนสิงหาคม..2561 ที่ผ่านมาและได้เตรียมพร้อมทั้งการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างต่อเนื่องซึ่งขณะนี้ในประเทศไทยไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาแต่อย่างใด

กระทรวงสาธารณสุขจัดระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรคด้วยมาตรการหลักซึ่งดำเนินการมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องดังนี้
1.
ติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าจากองค์การอนามัยโลกเฝ้าระวังผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคทั้งในด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชนและในชุมชนคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคทั้งที่ด่านควบคุมโรคที่สนามบินด่านทางน้ำและด่านพรมแดนทางบก
2.
เตรียมความพร้อมในการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการซึ่งไทยได้รับความร่วมมือจากสหรัฐฯในการตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสชนิดนี้
3.
มาตรการดูแลรักษาหากมีผู้ป่วยที่มีอาการในข่ายสงสัยโดยใช้มาตรฐานเดียวกับการดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อที่มีอันตรายเช่นไข้หวัดนกโรคซาร์สซึ่งโรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศมีความพร้อมอยู่แล้ว

ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ซึ่งองค์การอนามัยโลกประเมินว่านักเดินทางระหว่างประเทศยังมีความเสี่ยงในระดับที่ต่ำมากเนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มีการติดเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสกับของเหลวในร่างกายหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลจากการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์(เข็มและหลอดฉีดยาที่ปนเปื้อนเชื้อรวมถึงไม่มีการป้องกันเมื่อมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งที่ติดเชื้อ

คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางจากประเทศไทยไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา
1.
หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าทั้งที่ป่วยหรือไม่ป่วย
2.
หลีกเลี่ยงการรับประทานสัตว์ป่าที่ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุโดยเฉพาะสัตว์จำพวกลิงหรือค้างคาวหรืออาหารเมนูพิสดารที่ใช้สัตว์ป่าหรือสัตว์แปลกๆมาประกอบอาหาร
3.
การหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งเช่นเลือดจากผู้ป่วยสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยที่อาจปนเปื้อนกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยหรือศพ
4.
หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยหากมีความจำเป็นให้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายและล้างมือบ่อยๆ
5.
หากมีอาการเริ่มป่วยเช่นมีไข้สูงอ่อนเพลียปวดศีรษะปวดกล้ามเนื้อเจ็บคออาเจียนท้องเสียภายหลังกลับจากประเทศที่มีการระบาดให้รีบพบแพทย์ทันที

< Previous   Next >