Home arrow News arrow เจาะลึกนวัตกรรมวินิจฉัยมะเร็ง “Comprehensive Genomic Profiling” ความหวังใหม่ของผู้ป่วย
เจาะลึกนวัตกรรมวินิจฉัยมะเร็ง “Comprehensive Genomic Profiling” ความหวังใหม่ของผู้ป่วย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 18 กันยายน 2018
ปัจจุบันโรคมะเร็งมีอัตราเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจากการรายงานการเสียชีวิตมีถึงปีละเกือบ 8 ล้านคนทั่วโลก และในประเทศไทยก็มีผู้เสีย ชีวิตด้วยโรคมะเร็งมาเป็นอันดับ 1 เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แพทย์และนักวิจัยได้ศึกษาค้นคว้าพัฒนาการตรวจวินิจฉัยและยารักษา โรคมะเร็งให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการค้นพบเทคโนโลยีใหม่ “Comprehensive Genomic Profiling” หรือ “การตรวจรหัสพันธุกรรมอย่างครอบคลุม” ที่จะเป็นตัวเปลี่ยนโฉมการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งไปได้อย่างสิ้นเชิง “Comprehensive Genomic Profiling” หรือ “การตรวจรหัสพันธุกรรมอย่างครอบคลุม” เป็นการตรวจหาตัวชี้วัดทางชีวภาพของเซลล์มะเร็งในคราวเดียว ซึ่งจะช่วยลดปริมาณชิ้นเนื้อที่ต้องเก็บจากคนไข้ ลดระยะเวลา และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจมากยิ่งขึ้น ซึ่งการตรวจดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งและนำมาประกอบการตัดสินใจของแพทย์เพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด Read More

โดยนายแพทย์ หฤษฎ์ สุวรรณรัศมี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ Dr. Alexander E. Drilon แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการตรวจรหัสพันธุกรรมอย่างครอบคลุมจากสถาบัน Memorial Sloan Kettering สหรัฐอเมริกาจะมาให้ความรู้ถึงนวัตกรรมดังกล่าวทีว่านี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้มากยิ่งขึ้น ก่อนอื่นอยากให้พูดถึงสถานการณ์โรคมะเร็งในปัจจุบันหน่อยค่ะว่าเป็นอย่างไรบ้าง? นายแพทย์ หฤษฎ์ สุวรรณรัศมี : ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก ในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งกว่า 75,000 คนต่อปี

 

ซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประชากรไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 ในขณะที่ทั่วโลกมีรายงานการเสียชีวิตปีละเกือบ 8 ล้านคน ดังนั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เหล่าแพทย์และนักวิจัยจึงได้มีการศึกษาค้นคว้าเพื่อพัฒนายารักษาโรคมะเร็งให้มีประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียงให้ได้มากที่สุด หลายคนอาจจะสงสัยว่ามะเร็งคืออะไร มะเร็งก็คือเซลล์ของร่างกายที่มีการกลายพันธุ์ นั่นคือ มีความผิดปกติเริ่มต้นในระดับพันธุกรรมของเซลล์ จากเซลล์ปกติก็กลายเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ กลาย

 

 

 

พันธุ์ไป และเวลาที่กลายพันธุ์ จะมีลักษณะเติบโตเร็วมากกว่าปกติ เพราะเซลล์ปกติส่วนใหญ่เวลาเติบโตจะต้องมีการหยุดการเจริญเติบโตตามการควบคุมที่ควรจะเป็นของร่างกายหรืออวัยวะต่างๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่มะเร็งเกิดขึ้น เซลล์จะมีการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด และเมื่อเพิ่มจนโตเป็นก้อนแล้วยังไม่พอ ยังมีการกระจายไปตามส่วนต่างๆ ที่เรียกกันว่า “มะเร็งแพร่กระจาย” ซึ่งพอกระจายไปแล้วนั้น จะทำให้เกิดอาการต่างๆ อีกทั้งยังไปรบกวนการทำงานของอวัยวะที่ปกติ หรือไปอยู่ในที่ ๆ ไม่ควรสมควรจะอยู่ เช่น

 

ไปอยู่ที่สมองก็จะทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต ไปอยู่ที่ตับ ตับก็อาจจะวายได้ เป็นต้น และพอมากขึ้น อวัยวะก็จะทำงานไม่ได้ ทำให้คนไข้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตามมา วิธีการเกิดโรคมะเร็งมีหลายสาเหตุ ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.พันธุกรรม พันธุกรรมบางอย่างที่อยู่ในตัวเราเอง ทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งได้ง่าย ซึ่งเราจะสังเกตเห็นว่าคนที่เป็นมะเร็งอายุยังน้อย จะมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งมาก่อน แต่มะเร็งจากพันธุกรรมจะพบได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น 2.สิ่งแวดล้อม

 

จะพบได้มากกว่า ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากสิ่งแวดล้อม และอาจจะเกี่ยวเนื่องกับพันธุกรรมด้วยที่ทำให้เกิดมะเร็งจากสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น มะเร็งจากสิ่งแวดล้อมจะได้แก่สารก่อมะเร็งทั้งหลาย อาทิ ควันพิษ หรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่น ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับยีน ในระดับอณูเล็กที่สุด พอเกิดการเปลี่ยนแปลง ดีเอ็นเอทั้งหลายก็จะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เซลล์ที่เกิดขึ้นทำงานผิดปกติ จึงทำให้เป็นมะเร็งขึ้นมา นายแพทย์ หฤษฎ์ สุวรรณรัศมี 

 

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ยารักษาโรคมะเร็งจะเป็นยากลุ่มเคมีบำบัดที่ออกฤทธิ์เพื่อกำจัดเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งเซลล์ที่ปกติดีและเซลล์มะเร็ง แต่นำมาซึ่งผลข้างเคียงมากมายที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เช่น ผมร่วง อ่อนเพลีย ติดเชื้อง่าย ฯลฯ และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตที่เกิดจากอาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัด ซึ่งการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในยุคต่อมาจึงมีการคิดค้นยารักษาแบบพุ่งเป้าที่สามารถออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งเท่านั้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงน้อยลงและเกิดประโยชน์สูงสุดในการรักษา ซึ่งยาแบบพุ่งเป้าก็นำมาสู่ การแพทย์แบบจำเพาะบุคคล (Personalized medicine) เนื่องจากเซลล์ต้นกำเนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละคนมีความแตกต่างกัน

 

ทำให้ผู้ป่วยแต่ละรายตอบสนองต่อยาและการรักษาแบบพุ่งเป้าได้ต่างกัน ทำให้มีการพัฒนาเทคนิคตรวจหาชี้วัดทางชีวภาพ เพื่อตรวจหาลักษณะจำเพาะของเซลล์มะเร็งที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งการตรวจหาตัวชี้วัดทางชีวภาพดังกล่าวนี้สามารถทำได้ทั้งในระดับโปรตีนและดีเอ็นเอ แต่ในระดับดีเอ็นเอจะค่อนข้างได้ข้อมูลที่ละเอียดมากกว่า แต่ก็ยังมีความซับซ้อน เนื่องจากว่าการเกิดโรคมะเร็งมีสาเหตุจากการกลายพันธุ์ของยีนในร่างกายที่แตกต่างกันออกไป

 

สิ่งนี้เลยกลายมาเป็นหลักการที่ว่า ต่อไปนี้ เราควรจะมองโรคมะเร็งในระดับชีวโมเลกุล ระดับพันธุกรรมของโรคมะเร็งกันแล้ว เพราะเมื่อก่อนเราจะมองแค่ก้อนมะเร็ง แต่ตอนนี้เราต้องมองลึกลงไปในระดับในเซลล์ ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งปอด อย่างเมื่อก่อนถ้าเจอมะเร็งปอดในผู้ป่วยหลายคน จะบอกว่าทุกคนเป็นมะเร็งปอดเหมือนกัน เป็นโรคเดียวกันทั้งหมด ซึ่งมันไม่ใช่ จริง ๆ แล้วในโรคเดียวกันก็มีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป เพราะสาเหตุมันมีหลายอย่างมากมาย และอีกอย่างมะเร็งเกิดจากเนื้อเยื่อของเรา เรากับเพื่อนก็ไม่เหมือนกันแล้ว สมมติว่ามียาตัวเดียว แล้วนำไปรักษาทุกคน จะทำให้บางคนได้รับประโยชน์ ส่วนบางคนอาจไม่ได้รับประโยชน์ หรือบางคนอาจได้ผลข้างเคียงด้วยซ้ำ


แต่ถ้าเราสามารถตรวจหาและแบ่งกลุ่มได้ เราก็สามารถออกแบบยาตรงตามผู้ป่วยแต่ละรายได้ เพราะเรารู้ถึงความผิดปกติของชีวโมเลกุล เนื่องจากในแต่ละราย อาจจะมีตัวชี้วัดทางชีวภาพต่างกันไป ในอดีต การตรวจมะเร็งอาจจะยังตรวจได้ไม่ละเอียด และไม่ได้ทั่วถึงเท่าไหร่ เนื่องจากว่าแม้เรามีเครื่องมือตรวจก็จริง เราอาจจะเจอความผิดปกติ 1 อัน เราก็ตรวจหาแค่ 1 อย่าง

 

 

ถ้าเราเจอก็คือเจอ แต่ถ้าไม่เจอก็คือไม่เจอ เพราะเราไม่รู้ว่าความผิดปกติมันอยู่ตรงไหน แต่พอมาถึงตอนนี้ เราได้พบอะไรอีกมากมายจากสิ่งที่เราไม่เคยได้รู้มาก่อน เราได้เจออะไรที่ผิดปกติในพันธุกรรม ที่ไม่ได้พบบ่อย เราได้เจอเยอะขึ้น ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่เรียกว่า “Comprehensive Genomic Profiling” หรือ “การตรวจรหัสพันธุกรรมอย่างครอบคลุม” เราสามารถทำได้พร้อมกันทุกจุด เราสามารถตรวจการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็ง ซึ่งจะทำให้เราเจออะไรต่าง ๆ ได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น ดังนั้นทุกคนจะได้ประโยชน์ภาพรวมเหมือนกันหมด ผลข้างเคียงก็จะน้อยลง อันนี้จึงเป็นหลักการของคำว่า “การรักษาแบบจำเพาะต่อบุคคล” ไม่ใช่ยาเม็ดเดียวรักษาทุกโรค ทุกวันนี้เราจะมุ่งไปสู่การรักษาแบบจำเพาะเจาะจงเพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุด และผลข้างเคียงน้อยที่สุด และโอกาสที่ได้ประโยชน์ก็จะได้มากกว่า สิ่งนี้เองจะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่เราจะตรวจหาความผิดปกติได้อย่างละเอียดและครอบคลุม ต่อไปก็จะพัฒนามากกว่านี้เพื่อที่จะหาจำเพาะให้ได้ว่า มะเร็งแบบไหนควรรักษายังไง เพื่อให้การรักษาของเราจะก้าวไปสู่อนาคตครับ 

Read More
< Previous   Next >