Home arrow News arrow พบไข้พาราไทฟอยด์ ช่วงยุคกลางในยุโรปเหนือ
พบไข้พาราไทฟอยด์ ช่วงยุคกลางในยุโรปเหนือ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Thirawat(moo)   
พุธ, 16 กันยายน 2015
เมื่อไม่นานนี้ นักวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยวอร์วิคในอังกฤษ ได้เผยถึงผลการวิจัยข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมดหรือจีโนม (genome) ของซากโครงกระดูกมนุษย์อายุ 800 ปี พบที่เมืองทรอนด์เฮมในนอร์เวย์ โดยตรวจพบเชื้อไข้พาราไทฟอยด์ที่เกิดจากแบคทีเรียชื่อซาลโมเนลลา พาราไทฟอยด์ ซี (Salmonella Paratyphi C) ที่ทำให้เกิดอาการไขสันหลังอักเสบเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งจริงๆแล้วเชื้อพาราไทฟอยด์ ซี เป็นชนิดที่หาได้ยากมากในยุโรปและอเมริกาเหนือ

 

เมื่อไม่นานนี้ นักวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยวอร์วิคในอังกฤษ ได้เผยถึงผลการวิจัยข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมดหรือจีโนม (genome) ของซากโครงกระดูกมนุษย์อายุ 800 ปี พบที่เมืองทรอนด์เฮมในนอร์เวย์ โดยตรวจพบเชื้อไข้พาราไทฟอยด์ที่เกิดจากแบคทีเรียชื่อซาลโมเนลลา พาราไทฟอยด์ ซี (Salmonella Paratyphi C) ที่ทำให้เกิดอาการไขสันหลังอักเสบเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งจริงๆแล้วเชื้อพาราไทฟอยด์ ซี เป็นชนิดที่หาได้ยากมากในยุโรปและอเมริกาเหนือ

ภาพจำลองใบหน้าหญิงสาว Credit : Caroline Wilkinson, Mark Roughley, Ching Liu and Kathryn Smith at the Face Lab at Liverpool John Moores University

นักวิจัยระบุว่า ซากโครงกระดูกนี้เป็นของหญิงสาววัย 19-24 ปี ที่เชื่อว่าอพยพมาจากพื้นที่แห่งหนึ่งทางตอนเหนือสุดของคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย หรือทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย เพื่อเดินทางไปยังเมืองทรอนด์เฮม ทีมวิจัยได้ใช้วิธีทางชีววิทยาโมเลกุลที่เรียกว่า แพน-จีโนม (Pan-genome) มาอธิบายองค์ประกอบของยีนในกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่รวมเอาบรรพบุรุษที่มีร่วมกันและลูกหลานของมันทั้งหมด พวกเขาได้สร้างยีนของแบคทีเรียซาลโมเนลลา พาราไทฟอยด์ ซี ที่อยู่ในฟันและกระดูกจากโครงกระดูกดังกล่าวขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็วิเคราะห์สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) ของแบคทีเรียชนิดนี้

Credit : University of Warwick

ซากโครงกระดูกนี้ชี้ให้เห็นว่าหญิงสาวเสียชีวิตจากไข้พาราไทฟอยด์ ชนิดซี ที่เกิดขึ้นในยุโรปเหนือ และการที่เธอได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาจเป็นเพราะว่าอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีสุขาภิบาลย่ำแย่ รวมถึงขาดแคลนน้ำดื่มที่สะอาด นอกจากนี้นักวิจัยยังคาดการณ์ว่าวิวัฒนาการของไข้รากสาดน้อยอาจจะเชื่อมโยงกับการเลี้ยงสุกรที่มีทั่วยุโรปตอนเหนือก็เป็นได้.


อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1344461
Last Updated ( พฤหัสบดี, 02 สิงหาคม 2018 )
< Previous   Next >