Home
ไบโอไทยฉะ สมาพันธ์เกษตรฯ องค์กรบังหน้าบรรษัทขายยาฆ่าหญ้า หลังค้าน สธ.แบนพาราควอต Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Thirawat(moo)   
พุธ, 25 เมษายน 2018

ไบโอไทย ฉะสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เป็นองค์กรบังหน้าบรรษัทขายยาฆ่าหญ้า หลังออกมาเรียกร้องค้าน ข้อเสนอยกเลิกการใช้พาราควอตในไทย พร้อมโจมตีการทำงานนักวิชาการ ด้านเอ็นจีโอออกป้อง นักวิจัยม.นเรศวร หยุดคุกคาม

 ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.isranews.org/isranews-news/63087-biothai-63087.html 

paraquat 270118

สืบเนื่องจากกรณีที่ สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย แถลงข่าวค้านการแบนพาราควอต ไกลโฟเสท คลอร์ไพริฟอส พร้อมทั้งเรียกร้องรองนายกฯ ตรวจสอบการทำงานกระทรวงสาธารณสุข และการทำงานขององค์กรเอ็นจีโอและการทำงานของ รศ.ดร.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิจัย ม.นเรศวรว่าไม่อยู่บนหลักวิชาการ (อ่านประกอบ สมาพันธ์เกษตรฯ ยื่นข้อเสนอขอสธ.ทบทวนยกเลิกการใช้พาราควอต โต้ "ไทยแพน" บิดเบือน

ล่าสุด ทางมูลนิธิชีววิถี(BIOTHAI)ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตการเคลื่อนไหวของสมาพันธ์เกษตรปลอดภัยว่า เป็นองค์กรที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นหลังจากการมีข้อเสนอให้มีการแบนพาราควอต โดยผู้ก่อตั้งมักปรากฎตัวและทำกิจกรรมร่วมกับสมาคมอารักขาพืชซึ่งเป็นสมาคมการค้าที่จัดตั้งขึ้นโดยซินเจนทา มอนซานโต้ และดาวเคมีคอล ผู้ผลิตและจำหน่ายพาราควอต ไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส

ไบโอไทยยังระบุอีกว่า สมาพันธ์ฯนี้ เคยเผยแพร่ข้อมูลเท็จโดยอ้างเอกสารของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรว่า การแบนพาราควอตจะส่งผลให้เศรษฐกิจเสียหายถึง 70,000 ล้านบาท ทั้งๆที่ไม่เคยมีเอกสารหรืองานวิจัยที่สนับสนุนข้ออ้างดังกล่าวแต่ประการใด ในจดหมายเปิดผนึกของสมาพันธ์ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 นายสุกรรณ์ สังขะวรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย ได้ยอมรับว่า จากการกล่าวอ้างว่า สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย FSA นั้นมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทสารเคมีภาคการเกษตรนั้นทางเราไม่ปฏิเสธ” 

ทั้งนี้ไบโอไทย ระบุว่า ในประเทศที่มีการแบนพาราควอต จะมีการเคลื่อนไหวคัดค้านของกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์จากการขายสารพิษนี้ในหลายรูปแบบทั้งๆ ที่ประเทศผู้ผลิตล้วนประกาศแบนไปแล้ว ตัวอย่างเช่น หลังจาก Brazil ANVISA (National Sanitary Surveillance Agency) หน่วยงานด้านสาธารณสุขเสนอต่อรัฐบาลและมีผลให้รัฐบาลบราซิลประกาศแบนพาราควอตในปี 2020 บริษัทซินเจนทาผู้ผลิตพาราควอตรายใหญ่สัญชาติสวิสได้เคลื่อนไหวอย่างหนักโดยการนำสมาชิกรัฐสภาของบราซิลเดินทางมาเยือนสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อโน้มน้าวให้กลุ่มที่มีบทบาทในการตัดสินใจทางนโยบายโน้มน้าวให้รัฐบาลบราซิลทบทวนการตัดสินใจการแบน และปรับนโยบายเกี่ยวกับการควบคุมสารเคมีให้เอื้ออำนวยต่อผลประโยชน์ของบรรษัทแทน แต่จากการเปิดเผยความเคลื่อนไหวและการประท้วงของกลุ่ม MultiWatch และ Public Eye ซึ่งติดตามบทบาทบรรษัทต่อเรื่องนี้ ได้ทำให้กำหนดการเข้าพบปะระหว่างสมาชิกสภาของบราซิลกับรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลสวิสได้ถูกยกเลิกไปในที่สุด เนื่องจากไม่มีความชอบธรรมใดๆที่รัฐบาลสวิสซึ่งยกเลิกพาราควอตไปแล้วจะกดดันให้ประเทศอื่นใช้พาราควอตต่อไป (อ่านประกอบ สองมาตรฐาน ยูเอ็นประณามบริษัทสวิสฯ ส่งออกพาราควอตไปประเทศกำลังพัฒนา )

ในรายงานของ Center for Food Safety เรื่อง Best Public Relations that Money Can Buy: A guide to food industry front groups ได้เปิดเผยกลอุบาย 4 ประการที่บ่งบอกว่ามีการจัดตั้งองค์กรเกษตรบังหน้าเพื่อปกป้องผลประโยชน์บรรษัท คือ 1) ตั้งกลุ่มหรือองค์กรที่อ้างว่าเป็นเกษตรกรรากหญ้าไม่มีสมาชิกที่เป็นเกษตรกรอย่างชัดเจน แต่กลับประชุมและร่วมแถลงข่าวกับบรรษัทข้ามชาติอยู่เนื่องๆ 2)สร้างวาทกรรมบิดเบือน เช่นผู้เสนอแบนพาราควอตเป็นพวกต้านสารเคมีทุกชนิด รับเงินต่างชาติ เป็นเหยื่อพวก NGOs 3) จ่ายเงินให้วิจัย จ้างผู้เชี่ยวชาญให้พูดแทน แต่ล้มเหลวในการเปิดเผยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน 4) สร้างความตระหนกบอกว่าเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจร้ายแรง เกษตรกรล่มสลายโดยการปั้นข้อมูลเท็จ 

“ส่วนในประเทศไทยหากจะตัดสินใจว่ากลุ่มใดที่เป็นองค์กรบังหน้าอ้างว่าเคลื่อนไหวเพื่อเกษตรกรส่วนใหญ่แต่แท้จริงปกป้องผลกำไรของบรรษัท ก็อาจตรวจสอบได้จากพฤติกรรมทั้ง 4 ข้อดังกล่าว” ไบโอไทยกล่าวและระบุย้ำอีกว่า ขณะนี้ในประเทศไทย สถาบันของเกษตรอย่างเป็นทางการคือสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ออกแถลงการณ์และมีหนังสืออย่างเป็นทางการให้แบนสารพิษร้ายแรงคือพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เช่นเดียวกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่แสดงความผิดหวังในการต่อทะเบียนพาราควอตของกรมวิชาการเกษตร ในขณะที่มีการเคลื่อนไหวของประชาชนในจังหวัดต่างๆ 50 จังหวัด มากกว่า 369 องค์กร สนับสนุนข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขให้แบนพาราควอตคลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซตอย่างเข้มงวด

ในส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่การเกษตรของไทยอย่างซีพีนั้น นายธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานซีพีกรุ๊ปได้ให้สัมภาษณ์แสดงท่าทียอมรับการแบนหากมีการตกค้างของพาราควอตจริง ในขณะที่ยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรอีกรายคือบริษัทมิตรผล ได้ติดตั้งป้ายโฆษณากระจายไปทั่วว่า บริษัทไม่สนับสนุนให้มีการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ในพื้นที่ปลูกอ้อยและนาข้าวระหว่างที่ประธานบริษัทลงพื้นที่เยี่ยมพื้นที่ปลูกอ้อยในภาคอีสานเมื่อเร็วๆนี้ (อ่านประกอบ ‘เจ้าสัวธนินท์’ หนุนเลิก ‘พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส’ หากพบตกค้างในดิน 

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางนายธารา บัวคำศรี ผอ.กรีนพีซ ประเทศไทย ได้ออกรณรงค์เชิญชวนองค์กรต่างๆ ออกปกป้อง รศ.ดร.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้านวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งถูกโจมตีว่าทำงานวิจัยไม่อยู่บนหลักวิชาการ พร้อมทั้งถูก สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เรียกร้องให้ลาออกนั้น

โดยผอ.กรีนพีซ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการคุกคามอย่างร้ายแรงต่อการทำงานของนักวิชาการอิสระ ที่ได้นำความเชี่ยวชาญทางวิชาการเพื่อนำมารับใช้สังคมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวของตรวจสอบและเปิดโปงการใช้เงินหรือผลประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบของบรรษัทแทรกแซงนโยบายการแบนและจำกัดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีพิษภัยร้ายแรงโดยเร็ว

ในส่วนของการพิจารณายกเลิกการใช้พาราควอต และคลอร์ไพริฟอสในประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข

< Previous   Next >