Home
4 ข้อเสนอ "กัญชาทางการแพทย์" ของหนุ่มไทย หลังพาคณะปลัด สธ.-อภ.ไปดูโรงปลูกที่แคนาดา Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Thirawat(moo)   
ศุกร์, 30 มีนาคม 2018
"หมอสมยศ" ผู้เขียนหนังสือ "กัญชาคือยารักษามะเร็ง" โพสต์ 4 ข้อเสนอหนุ่มไทยหลังนำคณะปลัด สธ. และองค์การเภสัชฯ ดูโรงเรือนปลูกกัญชาทางการแพทย์ในแคนาดา แนะแก้ กม.ชัดใช้แค่ทางการแพทย์ มีคณะทำงานโดยเฉพาะ ปลูกในโรงเรือนไม่ใช่แบบไร่ ช่วยคุมคุณภาพและความปลอดภัยได้ อย่าให้เสียชื่อทีมประวัติศาสตร์ทีมแรกที่มาดูงาน
"หมอสมยศ" ผู้เขียนหนังสือ "กัญชาคือยารักษามะเร็ง" โพสต์ 4 ข้อเสนอหนุ่มไทยหลังนำคณะปลัด สธ. และองค์การเภสัชฯ ดูโรงเรือนปลูกกัญชาทางการแพทย์ในแคนาดา แนะแก้ กม.ชัดใช้แค่ทางการแพทย์ มีคณะทำงานโดยเฉพาะ ปลูกในโรงเรือนไม่ใช่แบบไร่ ช่วยคุมคุณภาพและความปลอดภัยได้ อย่าให้เสียชื่อทีมประวัติศาสตร์ทีมแรกที่มาดูงาน

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2561 นพ.สมยศ กิตติมั่นคง ผู้เขียนหนังสือกัญชาคือยารักษามะเร็ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ "Dr.Somyot" โดยระบุถึงผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Banks Rutchasit ที่ได้รับมอบหมายในการพาปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม มาศึกษาอุตสาหกรรมทางการแพทย์ โดยเฉพาะประเด็นกัญชาทางการแพทย์ของประเทศแคนาดา ซึ่งได้สรุปสิ่งที่ได้จากการดูงาน ว่า Supreme Pharmaceutical เป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลแคนาดาเพื่อผลิตกัญชาทางการแพทย์ในระดับอุตสาหกรรม มีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ มีการปลูกกัญชาในระบบปิดทำให้ได้ดอกกัญชาเกรดพรีเมียมในการนำไปสกัดเป็นยา คุณภาพมีความสม่ำเสมอ มีผลผลิตตลอดปี โดยภายในปี 2018 จะแปรรูปทำ "น้ำมันกัญชา" ภายใต้แบรนด์ของตัวของ ส่วนการรักษาความปลอดภัยมีความแน่นหนาและรัดกุม ทั้งส่วนของพนักงานและปริมาณของผลผลิตที่ต้องมีการบันทึกอย่างละเอียด และรายงานต่อรัฐบาลเพื่อชี้แจงความโปร่งใส

จากการนำทีมรัฐบาลไทยไปดูอุตสาหกรรมกัญชาทางการแพทย์ที่ประเทศแคนาดา ผมได้มีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลดังนี้ 1.เป้าหมายในการแก้กฏหมายจะต้องชัดเจน โดยจะต้องมุ่งในการแก้ไขให้สามารถใช้กัญชามาใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ได้เท่านั้น จึงจะสามารถแก้กฏหมายได้เร็ว สร้างผลกระทบต่อสังคมน้อยที่สุด 

2.จะต้องมีคณะทำงานเพื่อศึกษาประโยชน์ และการทำ Legalization อย่างจริงจัง หากประเทศไทยดำเนินการเรื่องนี้ล่าช้า หลังจากนี้ไปแล้ว 10-20 ปี จะพบว่าเราได้สูญเสียโอกาสในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลมาเยี่ยมอุตสาหกรรมนี้ถึงแคนาดา หากดำเนินการช้า ทีมประวัติศาสตร์ทีมแรกของเมืองไทยที่ได้มาดูอุตสาหกรรมกัญชาทางการแพทย์นี้ ก็จะโดนตั้งคำถามว่าเราได้พยายามขับเคลื่อนเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด ทำไมจึงปล่อยให้เมืองไทยเสียโอกาส

3.การตั้งเป้าที่จะผลิตกัญชาออกมาเป็นจำนวนมากๆ จากการปลูกเป็นไร่ ปลูกเป็นทุ่งเหมือนปลูกข้าวนั้น ยังถือว่าเป็นการตั้งโจทย์ที่ผิด เพราะการปลูกแบบนี้นั้นไม่สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตและควบคุมความปลอดภัยได้ นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยจะต้องเจอกับกัญชา GMO จากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้กัญชาเกรดทั่วไปไม่สามารถแข่งขันได้เลย

4.ประเทศไทยไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ ในการศึกษาด้านกฏหมาย นโยบายรัฐและผลกระทบต่อสังคม เรามีแหล่งอ้างอิงจากต่างประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แคนาดา เยอรมัน สหรัฐอเมริกา และ ออสเตรเลีย หากประเทศไทยมีคณะทำงานที่ศึกษาเรื่องนี้จริงจัง เราสามารถศึกษาจากประเทศเหล่านี้ได้ และนำมาปรับใช้ให้เข้ากับกฏหมายและสภาพสังคมของประเทศไทย

ลักษณะการใช้งานกัญชาทางการแพทย์ที่ประเทศแคนาดาที่ได้รับการยอมรับกันทั้งในแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือกขณะนี้คือ ความสามารถในการบำบัดรักษา “Chronic pain” ซึ่งกัญชาสามารถระงับอาการเจ็บปวดได้ดีมาก ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และ ลดการพึ่งพายา Painkiller ต่างๆ ในบางเคสงั้นมีจำเป็นที่จะต้องกินยาระงับอาการปวดตลอดเวลา ทำให้เกิดพิษที่ตับได้ การนำกัญชามาใช้ในการระงับอาการปวดจึงเป็นทางเลือกที่ในขณะนี้นั้น สามารถลดผลข้างเคียงที่อันตรายของยาแก้ปวดได้

สำหรับกลุ่มโรคที่นานาชาติให้ความสนใจในการนำกัญชาและสารสกัดจากกัญชามาใช้บัดบัดรักษานั้นได้แก่ Chronic pain (อาการปวดเรื้อรัง) Cancer (มะเร็ง) Multiple sclerosis (โรคปลอกประสาทอักเสบหรือโรคเอ็มเอส) Alzheimer’s disease (โรคอัลไซเมอร์) Diabetes (โรคเบาหวาน) Epilepsy (โรคลมชัก) Parkinson’s disease (โรคพาร์กินสัน) Rheumatoid Arthritis (โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์) Post-traumatic stress disorder (โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ โรคพีทีเอสดี) Crohn’s disease (โรคโครห์น) Glaucoma (โรคต้อหิน)

ทั้งนี้ มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากว่า อย่าให้การเดินทางในครั้งนี้สูญเปล่า และถือเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์

ภาพจากเฟซบุก๊ก Banks Rutchasit และเฟซบุ๊กเพจ Dr.Somyot
Last Updated ( ศุกร์, 30 มีนาคม 2018 )
< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login