Home arrow News arrow หมาบ้าระบาด ลามทั่วประเทศ ‘หมอจุฬาฯ’ แฉยับ หักเหงบฉีดวัคซีน
หมาบ้าระบาด ลามทั่วประเทศ ‘หมอจุฬาฯ’ แฉยับ หักเหงบฉีดวัคซีน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Thirawat(moo)   
พฤหัสบดี, 22 มีนาคม 2018

“หมอธีระวัฒน์” ตั้งคำถามประเทศไทย มีการหักเหงบหรือไม่ เหตุมีการระบุฉีดวัคซีน พิษสุนัขบ้า 80% คุมหมันได้ครบกระบวนการ ทำไมยังเกิดการระบาดของโรค ลั่นสังคมต้องยอมรับมีการโกง จี้กรมปศุสัตว์ประกาศทั่วประเทศเป็นเขตระบาดโรคพิษสุนัขบ้าชั่วคราว ด้าน สธ.ชี้ไทยอาจต้องเลื่อนเป็นประเทศปลอดพิษสุนัขบ้าเป็นปี 2030 แทนปี 2020 ส่วนจังหวัดอุดรธานีน่าห่วงพบเชื้อหมาบ้า แต่ขาดวัคซีนฉีดเกือบ 2 แสนตัว

หลายฝ่ายเร่งหาทางป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า โดยเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แถลงข่าว “ตอบโจทย์สังคมโรคพิษสุนัขบ้า”ว่า ขณะนี้เกิดวิกฤติโรคพิษสุนัขบ้าต้องจัดการอย่างจริงจังไม่ให้โรคกลับมาอีก เหมือนจีนที่เคยเกิดปัญหาคือจากเดิมเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นหมื่นคน พอคุมเหลือแค่หลักสิบคนแต่จากนั้น 8-9 ปี คุมไม่ได้ก็เกิดปัญหาอีก อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยหากไม่ช่วยกันอย่างจริงจัง โรคพิษสุนัขบ้าจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ทั้งที่เป็นโรคที่ง่ายในการควบคุมป้องกัน แต่ยังทำไม่ได้แล้วหากสัตว์ป่าต่างๆเกิดโรคใหม่จะทำอย่างไร ดังนั้นโครงการสุขภาพหนึ่งเดียว คำว่าบูรณาการต้องทำให้ได้ เพราะจริงๆไทยไม่เคยมีอะไรที่ทำได้อย่างราบรื่น แต่เวลาออกสื่อหรือเขียนมาตรการใดๆก็ดูน่าเชื่อถือ

“ประเทศไทยต้องยอมรับความจริงว่าเราบกพร่องอะไร หากไม่ยอมรับว่ากระบวนการที่เราทำทุกชนิดมีโกง แม้กระทั่งการควบคุมหมา การฉีดวัคซีนหมามีโกง หากเราไม่ยอมรับก็แก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นเราต้องรู้และแก้ไขตรงนี้ได้ถึงจะเรียกว่าเซ็ตซีโร่ของประเทศไทยจริงๆ การโกงก็ต้องถามกลับว่าในเมื่อตัวเลขของทางการระบุว่าเราสามารถฉีดวัคซีน ได้ 80% ทำหมันได้ครบถ้วนกระบวนการ แต่ทำไม ยังเกิดปัญหาการระบาดของโรคอีก แบบนี้ผมสงสัยว่าเป็นเรื่องของการหักเหงบประมาณหรือไม่ แต่ในพื้นที่ที่ทราบมันมีเรื่องนี้จริงๆ ส่วนที่จะหาหลักฐานนั้น คนที่จะให้ข้อมูลเขาไม่ยอมให้ชื่อ ดังนั้นสื่อ สังคมต้องกระทุ้งออกมาให้ได้ และการที่จะผลักความผิดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อย่างเดียวคงไม่ใช่ เพราะ สตง.ออกมาเปิดเผย แต่เมื่อเปิดเผยแล้วทำไมถึงไม่จัดการแก้ไขในช่วงที่พบแต่กลับไปว่า สตง.อย่างเดียว” หัวหน้าศูนย์ฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การอ้างว่ามีการโกงในกระบวน การควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าอย่างการใช้วัคซีนในสัตว์นั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า วัคซีนทุกชนิดทั้งสัตว์และคนต้องผ่านการขึ้นทะเบียนและการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และต้องมีการประเมินหลังการใช้ ไม่ใช่ ดูแค่ประเทศต้นทางหรือผู้ผลิต เท่าที่ทราบจากพื้นที่เอง วัคซีนนี้มีการส่งตรงมาจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเมื่อเกิดเรื่องมาก็มีการเรียกเก็บ และมีการส่งวัคซีนใหม่เข้ามา ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาในเมื่อพบวัคซีนไม่มีคุณภาพ และเอาออกไปแล้วไปเอาวัคซีนที่ไหนเข้ามาใช้ ยังพบว่ามีสัตวแพทย์ที่ไม่ประสงค์ออกนามอย่างน้อย 5 คน ยังพบว่าวัคซีนขาดแคลนมาก และไม่รู้จะใช้ตัวไหนอย่างไร เมื่อมีปัญหาตอนนั้นทำไมไม่แก้ไข ในที่สุดก็จะมาแก้ตอนนี้และเพิ่งมาบอกว่าได้รับงบประมาณ 360 ล้านบาทเพื่อนำเข้าวัคซีน และก่อนหน้านั้นหายไปไหน คือจะของบอย่างเดียวหรืออย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามทั้งสิ้น และเพราะอะไรจึงขาดช่วงตอน จะไปโทษ สตง.อย่างเดียวไม่ได้

“ส่วน อย.มีกฎหมายชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหลายต้องตรวจสอบคุณภาพที่ อย.กรณีแบบนี้ที่เอามาใช้ในไทยได้ผ่านการตรวจสอบแล้วหรือยัง ใครเป็นคนควบคุม และใครเป็นคนสั่งตรงจากบริษัทและมาใช้ทั้งประเทศ แม้จะบอกว่าผ่านมาแล้ว แต่ ก็ต้องถามว่ามีการตรวจสอบคุณภาพหรือไม่อย่างไร โดยเราควรตรวจสอบย้อนหลังเส้นทางวัคซีนไป 4 ปี ตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากจุฬาฯมีการตรวจพบความผิดปกติของการเพิ่มขึ้นของสุนัขที่ติดเชื้อโรคนี้มากขึ้นในปี 2559 เพราะฉะนั้นก็ต้องดูวัคซีนที่ฉีดย้อนไปในช่วง 1-2 ปีก่อนหน้านั้น ที่มันคงเพาะบ่มมาเต็มเหนี่ยวจึงมาเกิดการระบาดที่สูงขึ้นในปี 2559 ที่พบเสียชีวิต 13 ราย รวมถึงตรวจสอบในปี 2559 และ 2560 ด้วย”

นพ.ธีระวัฒน์กล่าวและว่า นอกจากนี้ เรื่องการประกาศพื้นที่สีแดง เขียว เหลือง ก็เป็นปัญหาเพราะประชาชนเชื่อทางการมากหากบอกเป็นพื้นที่สีเขียวคือมีความเสี่ยงน้อย เวลามีสัตว์ป่วยตายเขาก็เอามากิน ถ้าบอกพื้นที่สีแดงคือมีความเสี่ยงสูง ก็จะไม่นำมากิน แต่ฝังกลบอย่างดี โดยปี 2560 มีชาวบ้านกินวัวที่ตายเพราะพิษสุนัขบ้าต้องไปฉีดวัคซีนเป็นร้อยคน ดังนั้นไทยขณะนี้ควรประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้าระบาดชั่วคราวทั้งประเทศ เพราะตราบใดที่ยังควบคุมประชากรสุนัขและแมวไม่ได้ ฉีดวัคซีนไม่ได้ตามเป้าก็เสี่ยงทั้งหมด และไม่ใช่ดูแค่เดือนเดียวแล้วบอกว่าปลอดโรค แต่ต้องติดตามต่อเนื่องทุกๆ 6 เดือนถ้าจะปลอดจริงๆคือต้องไม่มีเลยตลอด 2 ปี

ด้าน น.สพ.พรพิทักษ์ พันธ์หล้า นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในคนมีแนวโน้มพบสูงขึ้น เช่นเดียวกับในสัตว์ที่จากการตรวจหัวสุนัขพบมีมากขึ้น อย่างไร ก็ตาม การพบโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในสัตว์และคน ติดเชื้อมากขึ้นมาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.ในบ้านเรามีการเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยไม่รับผิดชอบกับสัตว์เลี้ยง เช่น นำไปปล่อยทำให้เกิดจำนวนสุนัขจรจัดเพิ่มขึ้น เป็นต้น ทำให้คนมีโอกาสสัมผัสกับโรคมากขึ้นเช่นกัน 2.ประชาชนไม่ยอมพาสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค จึงทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ และ 3.จากการที่เราไม่มีความรับผิดชอบทั้งไม่พาสัตว์ไปฉีดวัคซีนและเลี้ยงสัตว์แบบปล่อยทำให้พบว่าจำนวนสัตว์ที่ได้รับการฉีดวัคซีนต่ำกว่า 70% จึงทำให้พบโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มขึ้น

“เมื่อปี 2560 ทั้งปีเราพบคนเสียชีวิต 11 ราย ส่วนในปีนี้ 3 เดือน พบเสียชีวิตแล้ว 6 ราย และจากการลงไปเก็บข้อมูลพบว่าประชาชนมีความเข้าใจ โรคคลาดเคลื่อนโดย 60% คิดว่าเป็นแล้วรักษาหาย จริงๆไม่ใช่เพราะหากปล่อยให้มีอาการจะต้องเสียชีวิตทุกราย และอยากเตือนว่าหากถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งสุนัข หรือแมวกัด ต้องล้างแผล ใส่ยา และไปพบแพทย์เพื่อประเมินว่าต้องฉีดวัคซีนหรือไม่ และยังมีความเข้าใจผิดว่าลูกสุนัขไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า หลายรายเสียชีวิตเพราะถูกสุนัขกัด รายล่าสุดเด็กอายุ 14 ปี เสียชีวิตจากการถูกลูกสุนัขข่วน ทุกปีจะมีผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคพิษสุนัขบ้ามารับวัคซีนปีละ 3-5 แสนราย อยากให้ทุกคนตระหนักและร่วมมือกันนำสุนัขไปฉีดวัคซีน ที่ผ่านมามีการป้องกันโรคตลอด และมีการตั้งเป้าตามองค์การอนามัยโลกคือในปี 2020 ประเทศไทยจะปลอดโรคพิษสุนัขบ้า แต่จากสถานการณ์หลายประเทศทั่วโลกมองว่าอาจต้องขยับเป้าเป็นปี 2030 แทน” น.สพ.พรพิทักษ์กล่าว

ส่วนนายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าสุนัขและแมวที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า 80% ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนมาก่อน และบางตัวไม่มีการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าซ้ำในสุนัขและแมวเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน กรมปศุสัตว์กำหนดให้เจ้าของสัตว์นั้นต้องนำมาฉีดวัคซีนปีละ 1 ครั้ง ทำให้เมื่อได้รับเชื้อแม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็เสี่ยงเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ ขอความร่วมมือให้ผู้เลี้ยงสัตว์นำสัตว์มาฉีดวัคซีนซ้ำที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรืออำเภอ รวมทั้งหน่วยเคลื่อนที่ของสำนักเขต โดยไม่มีค่าใช้จ่ายถึงวันที่ 1 พ.ค.2561 “ส่วนข่าวเซ็ตซีโร่โดยการกำจัดสุนัขและแมวจรจัดให้หมดจากประเทศนั้น จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ และทางกรมปศุสัตว์ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องเซ็ตซีโร่”

ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ วันเดียวกันนายสิทธิชัย จินดาหลวง รอง ผวจ.อุดรธานี ประชุมติดตามสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้า และความคืบหน้าโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ ในที่ประชุมนายธเนศ ถวิลหวัง ปศุสัตว์ จ.อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานีไม่พบการติดเชื้อในคน พบติดเชื้อในสุนัขและแมวในช่วง 2 ปี ขณะนี้พบเชื้อที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย รัศมีเขตระบาดถึง ต.เชียงดา อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี กำลังลงพื้นที่ปูพรมฉีดวัคซีน ส่วนนายปิติพงษ์ โพธิ์ใต้ ท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานีสำรวจล่าสุดมีสุนัขมีเจ้าของ 170,000 ตัว และแมว 20,000 ตัว รวมมากกว่า 190,000 ตัว แต่ได้รับจัดสรรงบมาเพียง 16,000 ตัว โดยส่งมาแล้ว 5,000 ตัว จึงได้ทำความ เข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องข้อบัญญัติและเทศบัญญัติ ใช้งบประมาณจัดหาวัคซีนเองได้ หลังจากเกิดปัญหาช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้กรม การปกครองท้องถิ่น กำลังออกระเบียบรองรับศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด ศูนย์ฯที่อุดรธานีอาจจะเป็นต้นแบบ

 

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 มี.ค. 2561 06:01 

< Previous   Next >