Home arrow News arrow หมอจุฬาฯเปิดประเด็นควบคุม ‘โรคพิษสุนัขบ้า’ วัคซีนหมาแมวมีโกง?
หมอจุฬาฯเปิดประเด็นควบคุม ‘โรคพิษสุนัขบ้า’ วัคซีนหมาแมวมีโกง? Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Thirawat(moo)   
พุธ, 21 มีนาคม 2018
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม  ที่รพ.จุฬาลงกรณ์ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังงานเสวนา “ตอบโจทย์สังคม โรคพิษสุนัขบ้า” ว่า    วิกฤตโรคพิษสุนัขบ้าตอนนี้เกิดจากการไม่สามารถควบคุมประชากรสุนัขได้ ทำให้การฉีดวัคซีนในสุนัขไม่ได้ตามเป้าเช่นเดียวกัน แต่ที่ผ่านมามีการรายงานตัวเลขให้ได้ตามเป้าที่องค์การอนามัยโลกและองค์การระบาดสัตว์ระหว่างประเทศกำหนด แต่ที่จริงไม่ได้เป็นตามนั้น เพราะถ้าบอกว่าทำหมันสุนัขได้ตามเป้า ฉีดวัคซีนได้ตามเป้าที่ร้อยละ 70-80 ทำไมยังมีสุนัขจรจัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะมากกว่า 10 ล้านตัว ทำไมยังมีโรคพิษสุนัขบ้าระบาดจำนวนมาก บางพื้นที่พบหัวสุนัขมีเชื้อพิษสุนัขบ้าสูงถึงร้อยละ 50 ตรงนี้ไม่ได้กล่าวหา แต่ดูจากข้อมูลที่ประกาศจริงๆ  ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ปี 2559  ซึ่งเป็นช่วงมีการระบาดเช่นกัน และพบว่าวัคซีนที่ใช้ก็มีปัญหาช่วงนี้ ซึ่งหากเทียบแล้วน่าจะเป็นการสะสมตั้งแต่รับวัคซีนช่วงก่อนหน้านั้นประมาณ 1-2 ปีหรือไม่ แต่สุดท้ายเรื่องก็ค่อยๆเงียบลง และสรุปผลออกมาอย่างนุ่มนวล แต่สุดท้ายในปี 2561 กลับพบว่าปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มอีก
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม  ที่รพ.จุฬาลงกรณ์ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังงานเสวนา “ตอบโจทย์สังคม โรคพิษสุนัขบ้า” ว่า    วิกฤตโรคพิษสุนัขบ้าตอนนี้เกิดจากการไม่สามารถควบคุมประชากรสุนัขได้ ทำให้การฉีดวัคซีนในสุนัขไม่ได้ตามเป้าเช่นเดียวกัน แต่ที่ผ่านมามีการรายงานตัวเลขให้ได้ตามเป้าที่องค์การอนามัยโลกและองค์การระบาดสัตว์ระหว่างประเทศกำหนด แต่ที่จริงไม่ได้เป็นตามนั้น เพราะถ้าบอกว่าทำหมันสุนัขได้ตามเป้า ฉีดวัคซีนได้ตามเป้าที่ร้อยละ 70-80 ทำไมยังมีสุนัขจรจัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะมากกว่า 10 ล้านตัว ทำไมยังมีโรคพิษสุนัขบ้าระบาดจำนวนมาก บางพื้นที่พบหัวสุนัขมีเชื้อพิษสุนัขบ้าสูงถึงร้อยละ 50 ตรงนี้ไม่ได้กล่าวหา แต่ดูจากข้อมูลที่ประกาศจริงๆ  ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ปี 2559  ซึ่งเป็นช่วงมีการระบาดเช่นกัน และพบว่าวัคซีนที่ใช้ก็มีปัญหาช่วงนี้ ซึ่งหากเทียบแล้วน่าจะเป็นการสะสมตั้งแต่รับวัคซีนช่วงก่อนหน้านั้นประมาณ 1-2 ปีหรือไม่ แต่สุดท้ายเรื่องก็ค่อยๆเงียบลง และสรุปผลออกมาอย่างนุ่มนวล แต่สุดท้ายในปี 2561 กลับพบว่าปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มอีก

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เกิดวิกฤตโรคพิษสุนัขบ้าปี 2561 แต่ถ้าจัดการแล้วปี 2562 หายไป และไม่ทำต่อเนื่อง สุดท้ายปี 2563 จะกลับมาอีกครั้งแน่นอน  เหมือนจีนก็เคยเกิดขึ้นจากเดิมเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นหมื่นคน คุมเหลือแค่หลักสิบคน แต่จากนั้น 8-9ปี คุมไม่ได้ก็เกิดปัญหาอีก และพบเสียชีวิตถึง 5-7 พันคนต่อปี และค่อยๆลดลงมา แต่กว่าจะลดลงมาได้ต้องใช้เวลา 4-5 ปี ดังนั้น ประเทศไทยหากไม่ช่วยกันอย่างจริงจังก็จะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ทั้งที่โรคนี้เป็นโรคที่ง่ายที่สุดจากสัตว์สู่คนในการควบคุมป้องกัน แต่ยังทำไม่ได้เลย  แล้วสัตว์ป่าต่างๆ โรคใหม่จะทำอย่างไร ดังนั้น โครงการสุขภาพหนึ่งเดียว คำว่าบูรณาการต้องทำให้ได้ แต่จริงๆคือ เป็นการประสานงา เพราะจริงๆไทยไม่เคยมีอะไรที่ทำได้อย่างราบรื่น แต่เวลาออกสื่อ หรือเขียนมาตรการใดๆก็ดูน่าเชื่อถือ

“ ประเทศไทยต้องยอมรับความจริงว่าเราบกพร่องอะไร หากเรายังไม่ยอมรับว่า กระบวนการที่เราทำทุกชนิดมีโกง แม้กระทั่งการควบคุมหมา การฉีดวัคซีนหมามีโกง หากเราไม่ยอมรับเราก็แก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้น เราต้องรู้และแก้ไขตรงนี้ได้ถึงจะเรียกว่าเซ็ตซีโร่ ของประเทศไทยจริงๆ  ซึ่งการโกง ก็ต้องถามคำถามกลับว่า ในเมื่อตัวเลขของทางการบอกว่าเราสามารถฉีดวัคซีนได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ทำหมันได้ครบถ้วนกระบวนการแต่ทำไมยังเกิดปัญหาอีก แบบนี้ผมสงสัยว่าเป็นเรื่องของการหักเหงบประมาณหรือไม่ แต่ในพื้นที่ที่ทราบมันมีเรื่องนี้จริงๆ  ส่วนที่จะหาหลักฐานนั้น คนที่จะให้ข้อมูลเขาไม่ยอมให้ชื่อ ดังนั้น สื่อ สังคมต้องกระทุ้งออกมาให้ได้ และการที่จะผลักความผิดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) อย่างเดียว คงไม่ใช่ เพราะเขาออกมาเปิดเผย แต่เมื่อเปิดเผยแล้วทำไมถึงไม่จัดการแก้ไขในช่วง 2 ปีนั้น แต่กลับไปว่าสตง.อย่างเดียว” หัวหน้าศูนย์ฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการอ้างว่ามีการโกงในกระบวนการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า อย่างการใช้วัคซีนในสัตว์นั้น ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า  วัคซีนทุกชนิดทั้งสัตว์และคนต้องผ่านการขึ้นทะเบียนและการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  และต้องมีการประเมินหลังการใช้  ไม่ใช่ดูแค่ประเทศต้นทางหรือผู้ผลิต ซึ่งเท่าที่ทราบจากพื้นที่เอง วัคซีนนี้มีการส่งตรงมาจากกรมปศุสัตว์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเมื่อเกิดเรื่องมาก็มีการเรียกเก็บ และมีการส่งวัคซีนใหม่เข้ามา ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาในเมื่อพบวัคซีนไม่มีคุณภาพ และเอาออกไปแล้ว และเอาวัคซีนที่ไหนเข้ามาใช้ ซึ่งยังพบว่า มีสัตวแพทย์ที่ไม่ประสงค์ออกนามอย่างน้อย  5 คน ยังพบว่าขาดแคลนมาก และไม่รู้จะใช้ตัวไหนอย่างไร เมื่อมีปัญหาตอนนั้นทำไมไม่แก้ไข ในที่สุดก็จะมาแก้ตอนนี้และเพิ่งมาบอกว่าได้รับงบประมาณมา 360 ล้านบาทเพื่อนำเข้าวัคซีน และก่อนหน้านั้นหายไปไหน คือจะของบอย่างเดียวหรืออย่างไร สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามทั้งสิ้น และเพราะอะไรจึงขาดช่วงตอน จะไปโทษสตง.อย่างเดียวไม่ได้

   
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เรื่องการประกาศพื้นที่สีแดง เขียวเหลือก็เป็นปัญหา เพราะประชาชนเชื่อทางการมากหากบอกเป็นพื้นที่สีเขียว เวลามีสัตว์ป่วยตายเขาก็เอามากิน ถ้าบอกพื้นที่สีแดงก็ไม่กิน แต่ฝังกลบอย่างดี ปีที่แล้วมีชาวบ้านกินวัวที่ตายเพราะพิษสุนัขบ้าต้องไปฉีดวัคซีนเป็นร้อยคน ดังนั้นประเทศไทยตอนนี้ควรประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด เพราะตราบใดที่ยังควบคุมประชากรสุนัขและแมวไม่ได้ ฉีดวัคซีนไม่ได้ตามเป้าก็เสี่ยงทั้งหมด และไม่ใช่ดูแค่เดือนเดียวแล้วบอกว่าปลอดโรค แต่ต้องติดตามต่อเนื่องทุกๆ 6 เดือน ถ้าจะปลอดจริงๆ คือต้องไม่มีเลยตลอด 2 ปี

“ส่วนเรื่องการเก็บภาษีผู้เลี้ยงสุนัขนั้นประเทศไทยยังไม่ถึงเวลาที่จะทำแบบนั้น เพราะจะยิ่งทำให้คนที่ให้ข้าว ให้น้ำสุนัขในชุมชน ละทิ้งให้เป็นสุนัขจรจัดแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะให้แก้ปัญหาได้ต้องยอมรับความจริงว่าบกพร่องตรงไหน และบูรณาการการทำงานอย่างชัดเจนทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ และเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นควรเอาจริง ไม่ใช่นุ่มนวล หรือเบี่ยงประเด็น และการทำหมันลดประชากรสุนัขและแมว โดยใช้นวัตกรรมใหม่ฉีดยาทำหมันในอัณฑะสุนัข   เพื่อไปทำให้ท่อทางเดินของเชื้อในลูกอัณฑะตีบ ค่าใช้จ่ายตก 8 บาทต่อหลอดเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้มีการใช้ในพื้นที่จ.สมุทรปราการแล้วช่วยลดประชากรสุนัขจรจัดลง มีคุณภาพชีวิตดี ไม่ต้องเจ็บทรมานจากแผล” ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว
 
วันที่ 20 มีนาคม 2561 - 16:03 น. มติชนออนไลน์ 
< Previous   Next >