Home
กรมควบคุมโรค แนะพบสัตว์ปีกตายผิดปกติ รีบแจ้งปศุสัตว์ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 23 พฤศจิกายน 2017
กรมควบคุมโรค แนะพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ให้หลีกเลี่ยงสัมผัสโดยตรงและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที พร้อมเฝ้าระวังหลังพบรายงาน 16 ประเทศ โรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ระบาด  นนี้ (22 พ.ย.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ในต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2546 - 27 กันยายน 2560 พบผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 860 ราย ใน16 ประเทศ ประเทศที่มีรายงานรอบประเทศไทย ได้แก่ กัมพูชา จีน ลาว พม่า มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งจากรายงานล่าสุด 27 กันยายน 60 พบผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 1 ราย



ประเทศไทย รายงานพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก (สายพันธุ์ H5N1) รายสุดท้ายในปี 2549 จากนั้นยังไม่พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกอีกจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก ผ่านผู้เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด หรือจากนกอพยพ และการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกทั้งบริเวณแนวชายแดนจากประเทศเพื่อนบ้านและภายในประเทศ เช่น ไก่ชน เป็ดไล่ทุ่ง เป็นต้น ประกอบกับไทยมีอากาศที่เปลี่ยนแปลงฝนตกสลับหนาว ซึ่งเสี่ยงต่อการระบาดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค และกรมปศุสัตว์ รวมถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมืองได้ให้ความสำคัญในการดูแล ป้องกันโรคดังกล่าวในประชาชน และร่วมกันดำเนินการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมาโดยตลอด

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่มีรายงานสัตว์ปีกป่วยตาย กรมควบคุมโรคได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และสสจ.ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการควบคุมสถานการณ์ตามมาตรฐานและให้ความรู้ด้านการป้องกันโรคไข้หวัดนกแก่ประชาชนทุกพื้นที่ โดยขอให้ประชาชนที่เลี้ยงไก่หรือพบเห็นไก่หรือนกตายผิดปกติให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทันที และรอเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ 2. หากมีความจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ ควรสวมหน้ากากอนามัย และถุงมือยางหรือถุงพลาสติกหนาๆ ห้ามจับสัตว์ปีกด้วยมือเปล่า หลังการสัมผัสให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำทุกครั้ง อีกทั้ง การกำจัดสัตว์ปีกอย่างถูกต้องเป็นปัจจัยป้องกันที่สำคัญ โดยขุดหลุมและโรยปูนขาว พร้อมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่ว แล้วนำซากสัตว์ที่ตายลงในหลุมให้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของความลึกหลุมที่ขุดและกลบดินให้แน่น จากนั้นโรยปูนขาวพร้อมพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปากหลุมและบริเวณใกล้เคียง และหาวัสดุมาปิดทับหลุมอีกครั้ง เพื่อป้องกันการขุดคุ้ยของสุนัขหรือสัตว์อื่น สุดท้ายพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝังซาก

ทั้งนี้ ประชาชนควรดูแลสุขอนามัย โดยหมั่นล้างมือบ่อยครั้งด้วยสบู่และน้ำ หลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ปีกรวมทั้งนกธรรมชาติ ไม่รับประทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกที่ปรุงไม่สุก หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ภายในช่วง 14 วัน หลังกลับมาจากพื้นที่ที่พบสัตว์ปีกป่วยตาย ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติสัมผัสโรค หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

 

ที่มา  MGR online 22 พ.ย. 2560 

< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login

Interesting Articles

Who's Online

We have 572 guests online

Statistics (since March, 2007)

Members: 27492
News: 8691
WebLinks: 15
Visitors: 37213993

 Powered by 

Biotec

TRF

 

Recommended Links

World Health Organization
กรมปศุสัตว์
กรมควบคุมโรค
มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่
Thai-ai-database.org
www.soonak.com
Flu 2009 Thailand

Syndicate