Home
เร่งพัฒนาชุดทดสอบตรวจหาแอนติบอดีไวรัส “ซิกา” Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 27 เมษายน 2017

   กรมวิทย์ เร่งพัฒนาชุดทดสอบตรวจหาแอนติบอดีเชื้อไวรัส “ซิกา” เพื่อประโยชน์การตรวจวินิจฉัย เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรค
       
       นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โรคติดเชื้อไวรัสซิกา มียุงลายเป็นพาหะนำโรคติดต่อมาสู่คนได้โดยการถูกยุงที่มีเชื้อกัด ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ ส่วนน้อยจะมีผื่นไข้ ตาแดง และ ปวดข้อ นอกจากนี้ มีรายงานการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกและทางเพศสัมพันธ์ อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับภาวะทารกแรกเกิดมีศีรษะเล็กตั้งแต่กำเนิด โดยในช่วงปี 2556 - 2558 พบการระบาดในหลายพื้นที่ กรมฯ จึงได้จัดเตรียมห้องปฏิบัติการให้พร้อมตรวจวินิจฉัย โดยการพัฒนาการตรวจโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ด้วยวิธี Real time RT-PCR ซึ่งดัดแปลงจากวิธีของศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา (US-CDC) พร้อมทั้งพัฒนาการตรวจแอนติบอดีชนิด IgM และ IgG เพื่อตรวจทารกแรกเกิดและมารดา ซึ่งสามารถตอบสนองต่ออุบัติการโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความสำคัญต่อการควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายไปในวงกว้างได้ นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กำลังพัฒนาชุดทดสอบวิธี Immunochromatography เพื่อตรวจหาแอนติบอดี IgM และ IgG ต่อเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพของชุดทดสอบก่อนการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการตรวจวินิจฉัยต่อไป

      นพ.สุขุม กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมฯ ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา 2 วิธี คือ 1. การตรวจสารพันธุกรรมไวรัสซิกา ในตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ และน้ำลาย ด้วยวิธี Real-time RT-PCR สามารถรู้ผลได้ภายใน 8 ชั่วโมง 2. การตรวจแอนติบอดีชนิด IgM และ IgG ต่อไวรัสซิกา ในตัวอย่างซีรัม ด้วยวิธี ELISA หากพบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไวรัสซิกา สถานพยาบาลทุกระดับสามารถส่งตัวอย่างมาที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถส่งตัวอย่างตรวจได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 แห่ง ที่ตั้งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันโรคติดเชื้อไข้ซิกาที่ดีที่สุดคือประชาชนต้องป้องกันตัวเองไม่ให้ยุงกัด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทั้งในและนอกบ้านโดยสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ทายาป้องกันยุงกัด นอนกางมุ้ง และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ทั้งนี้ หากเดินทางกลับมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด แล้วมีอาการออกผื่น มีไข้ ตาแดง ปวดข้อปวดศีรษะ โดยอาการจะปรากฏหลังผู้ป่วยได้รับเชื้อภายใน 3 - 12 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบด้วย 

 

ที่มา  MGR online 25 เมษายน 2560 

< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login