Home arrow News arrow กรมควบคุมโรค ย้ำ ไทยมี “วัคซีนไข้เลือดออก” แต่ต้องกำจัดยุงลาย ป้องกันโรค
กรมควบคุมโรค ย้ำ ไทยมี “วัคซีนไข้เลือดออก” แต่ต้องกำจัดยุงลาย ป้องกันโรค Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 26 มกราคม 2017
 กรมควบคุมโรค ชี้ รพ.หลายแห่งเริ่มให้บริการ “วัคซีนไข้เลือดออก” แล้ว แต่หลังผ่านการรับรองจาก อย. ชี้ มีประสิทธิภาพและปลอดภัย แต่ยังไม่บรรจุลงชุดสิทธิประโยชน์ เหตุยังขาดข้อมูลวิชาการ ย้ำยังต้องป้องกันตนเองโดยการกำจัดลูกน้ำยุงลาย

  วันนี้ (24 ม.ค.) นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงกรณีโรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทย เริ่มให้บริการวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ว่า จากการศึกษาพบว่าวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก เป็นวัคซีนที่ทำจากเชื้อไวรัสมีชีวิตที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ ประกอบด้วย เชื้อไวรัส 4 สายพันธุ์ สามารถป้องกันการเกิดไข้เลือดออกได้ร้อยละ 65 อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการป้องกันไข้เลือดออกจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้เลือดออก ประวัติการติดเชื้อไข้เลือดออกมาก่อนหน้าที่จะได้รับวัคซีน และอายุของผู้ได้รับวัคซีน ทั้งนี้ วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย เมื่อ 30 กันยายน 2559 โดยผ่านการพิจารณาและการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่า มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย
       
       โดยทั่วไปอาการข้างเคียงจากการรับวัคซีนมีค่อนข้างน้อย อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดบริเวณที่ฉีด ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นไข้ ซึ่งอาการเหล่านี้หายได้ภายใน 3 วัน อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาในเบื้องต้นพบว่ากลุ่มเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี ที่ได้รับวัคซีน เมื่อติดเชื้อไข้เลือดออกแล้วมีความเสี่ยงที่จะป่วยและมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนประมาณ 7.5 เท่า และเนื่องจากวัคซีนนี้ทำจากเชื้อไวรัสมีชีวิตที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ ดังนั้น กลุ่มที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับยาเคมีบำบัด หญิงตั้งครรภ์และหญิงที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร ห้ามให้วัคซีนนี้ สำหรับประชาชนที่ต้องการรับวัคซีน ควรขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ และควรมีใบสั่งแพทย์ทุกครั้ง
       
       นพ.เจษฎา กล่าวว่า ปัจจุบันวัคซีนนี้ยังไม่ได้บรรจุในรายการวัคซีนพื้นฐานที่ภาครัฐให้บริการแก่ประชาชน เนื่องจากยังมีข้อจำกัดบางประการในการป้องกันไข้เลือดออก รวมทั้งขณะนี้ยังขาดข้อมูลสนับสนุนทางวิชาการตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เช่น ความชุกของการติดเชื้อ (seroprevalence) เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปพิจารณาในการใช้วัคซีนในวงกว้าง ต่อไป ดังนั้น ประชาชนที่ต้องการรับวัคซีนนี้ จึงยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง จนกว่าจะนำมาให้บริการเป็นวัคซีนพื้นฐานในอนาคต
       
       “แม้ว่าขณะนี้ ประเทศไทยเริ่มมีการให้บริการวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกในสถานพยาบาลหลายแห่ง แต่ประชาชนยังต้องดูแลและป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด และร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยเริ่มจากบ้านของตนเอง ชุมชน และสถานที่สาธารณะต่างๆ และเน้นมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1. เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง 2. เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน โดยทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3. เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย รวมทั้งการกำจัดและควบคุมยุงตัวแก่ เช่น การพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย และการป้องกันไม่ให้ยุงลายกัดเช่น ทายากันยุง กำจัดยุงโดยใช้ไม้ช็อตไฟฟ้า จุดสมุนไพรหรือยาจุดไล่ยุง หรือใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นต้น โดยเฉพาะในช่วงนี้ ที่ถือเป็นช่วงสำคัญและเป็นโอกาสทองในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย กำจัดลูกน้ำยุงลายเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูการระบาด” อธิบดี คร. กล่าว 

 

 MGR online 24 มกราคม 2560

< Previous   Next >