Home arrow News arrow สสจ.สุราษฎร์ ทันยุค จัดรณรงค์ป้องกันโรคติดเชื้อซิก้า
สสจ.สุราษฎร์ ทันยุค จัดรณรงค์ป้องกันโรคติดเชื้อซิก้า Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
เสาร์, 17 กันยายน 2016
สุราษฎร์ธานี - สสจ.สุราษฎร์ธานีร่วมกับอำเภอเมืองและภาคเอกชนเร่งรณรงค์และป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา และไข้เลือดออกที่ยุงลายเป็นพาหะนำเชื้อโดยเฉพาะสตรีที่มีครรภ์หลังจากมีการระบาดไปทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ ( 16 ก.ย. ) ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายประเวศ ไทยประยูร นายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี นายธีระกิจ หวังมุธิตากุล นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี ร่วมกันนำขบวน อสม. ขบวนจักรยานยนต์ จำนวนกว่า 200 คน ที่แต่งตัวเป็นยุงลายและป้ายข้อความต่างๆออกเดิน – ปั่น ไปตามถนนสายต่างๆในพื้นที่ตำบลบางกุ้ง เพื่อรณรงค์และป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา และไข้เลือดออกที่ยุงลายเป็นพาหะนำเชื้อเชื้อไวรัสซิกา และไข้เลือดออกมาระบาดสู่คน นอกจากนั้น กลุ่ม อสม.ในพื้นที่ตำบลบางกุ้งยังจัดกิจกรรมแสดงเต้นประกอบเพลงในการที่กำจัดยุงอีกด้วยสร้างความสนใจแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก

    นายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้กล่าวว่าขณะนี้มีการระบาดของไข้ซิกา โดยเฉพาะที่กรุงเทพ เกือบ 20 ราย ส่วนภาคใต้พบที่จังนครศรีธรรมราช 1 ราย ในส่วนพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังไม่พบแต่เนื่องจากพื้นที่ติดต่อกันและมีการระบาดของยุงลายเกือบทุกภาคทั้งประเทศ ในส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ต้องการให้เกิดโรคไวรัสซิกาเกิดขึ้นในจังหวัดสุราษฎร์ธานีแม้แต่รายเดียว ในส่วนของการติดเชื้อ ไวรัสซิกา ไม่อันตรายถึงแก่ชีวิตเหมือนไข้เลือดออก แต่ก็อันตรายต่อทารกในครรภ์ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการที่รุนแรง โดยมีไข้ มีผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ ยกเว้นในหญิงที่ตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ทำให้มีภาวะศีรษะเล็กแคระแกนพิการแต่กำเนิด 

       การพัฒนาการไม่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีตลอดไป ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดจะต้องกำจัดยุงที่เป็นตัวแพร่เชื้อให้ได้มากที่สุด และจะต้องป้องกันไม่ให้ยุงกัดตัวเรา สามารถป้องกันได้ทั้งโรคไข้เลือดออกและโรคเชื้อไวรัสซิกา แต่ติดเชื้อก็มีช่องทางอื่นๆที่เป็นไปได้ เช่น การผ่านเลือด แพร่จากมารดาที่ป่วยสู่ทารกในครรภ์ ซึ่งทาง สธ.ได้เตรียมการเฝ้าระวัง โดยแบ่งเป็น 4 ด้าน 1,การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2,การเฝ้าระวังทางกีฎวิทยา 3, การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด และ 4, การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท 

 

ที่มา MGR online 16 กันยายน 2559 

< Previous   Next >