Home arrow News arrow สสจ.เชียงใหม่ ระบุยอดผู้ป่วย “ไวรัสซิกา” มี 7 ราย ส่วนอีก 2 รายยังต้องรอยืนยันย้ำใช้มาตรการคุมเข้ม
สสจ.เชียงใหม่ ระบุยอดผู้ป่วย “ไวรัสซิกา” มี 7 ราย ส่วนอีก 2 รายยังต้องรอยืนยันย้ำใช้มาตรการคุมเข้ม Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
เสาร์, 03 กันยายน 2016
     ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ระบุผู้ป่วย 2 รายใหม่ที่พบเข้าข่ายโรคติดเชื้อไวรัสซิกายังต้องรอผลตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่เบื้องต้นดำเนินมาตรการเข้มงวดการควบคุมโรคในพื้นที่รอบที่พักของผู้ป่วยแล้ว 

  เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.วันนี้ (2 ก.ย. 59) ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาของจังหวัดเชียงใหม่ว่า ตั้งแต่ที่พบผู้ป่วยครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 59 จนถึงวันที่ 31 ส.ค. 59 จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการทั้งสิ้น 7 ราย ขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่ที่พบอีก 2 ราย ในพื้นที่ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 59 นั้น เบื้องต้นเป็นผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อการตรวจวินิจฉัยทางด้านนี้
       
       อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผลจะไม่คลาดเคลื่อนจึงมีการส่งตัวอย่างไปตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งที่ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่กรุงเทพฯ เพื่อยืนยันผล ซึ่งน่าจะทราบผลภายในประมาณ 3 วัน แต่ทั้งนี้หลังจากที่ตรวจพบว่าผู้ป่วยเข้าข่ายว่าจะป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ดำเนินการมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานโดยทันทีแล้ว
       
       ทั้งนี้ การควบคุมโรคได้กำหนดรัศมี 100 เมตรรอบที่พักของผู้ป่วยเป็นพื้นที่เป้าหมายในการควบคุมโรค โดยดำเนินการกำจัดยุงตัวแก่ในพื้นที่รอบบ้านผู้ป่วยด้วยการพ่นสารเคมี, การสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในบ้าน และบริเวณโดยรอบ รวมทั้งการติดตามอาการผู้สัมผัสโรคและแจกยาทากันยุง ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องอย่างน้อย 28 วัน โดยนอกจากรอบบริเวณบ้านและหมู่บ้านของผู้ป่วยแล้ว ยังดำเนินการในสถานที่ที่ผู้ป่วยไปใช้ชีวิตเป็นประจำด้วย เช่น ที่ทำงาน และที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น
       
       ขณะที่การสอบสวนโรคและเฝ้าระวังโรคนั้น มีการเฝ้าระวังการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายโดยการเจาะเลือดและเก็บปัสสาวะส่งตรวจ ซึ่งยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม พร้อมทั้งมีการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในสถานพยาบาลแจ้งสถานพยาบาลทุกแห่งเข้มงวดกับการรายงานผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา จัดทีมสูตินรีแพทย์และกุมารแพทย์เพื่อดูแลหากพบหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อไวรัสซิกา
       
       สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาจำนวน 7 ราย และที่รอผลการยืนยันอึก 2 ราย รวมเป็นทั้งหมด 9 รายนั้น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ขณะนี้ผู้ป่วยทั้ง 9 ราย หายป่วยเป็นปกติทั้งหมดแล้ว โดย 1 ใน 7 ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันนั้น เป็นหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งได้ส่งให้สูติแพทย์ตรวจติดตามพัฒนาการของเด็กในครรภ์แล้ว เบื้องต้นพบว่ามีพัฒนาการเป็นปกติดี และจะมีการเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่องไป แม้จากข้อมูลจะพบว่ามีเพียงประมาณ 10% เท่านั้นของหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยแล้วลูกที่คลอดออกมาจะมีความผิดปกติ
       
       นอกจากนี้ ระบุด้วยว่าโรคติดเชื้อไวรัสซิกาไม่ได้มีความรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิต และมีเพียงประมาณ 20% ของผู้ที่ได้รับเชื้อแล้วจะแสดงอาการป่วย โดยที่เชื้อจะอยู่ในร่างกายประมาณ 5 วันเท่านั้น แต่ในช่วงนั้นสามารถแพร่เชื้อได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงต้องทำที่ต้นเหตุด้วยการป้องกันไม่ให้ยุงลายกัดและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
       
       นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ย้ำด้วยว่า นับตั้งแต่ที่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อปลายเดือน มิ.ย. 59 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันทำงานอย่างต่อเนื่องในการควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ความสำคัญเรื่องนี้และมีการสั่งการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (EOC) จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานศูนย์
       
       ทั้งนี้ ยืนยันด้วยว่าเจ้าหน้าที่ไม่เคยปิดบังข้อมูลใดๆ และสามารถขอทราบข้อมูลได้เสมอ ซึ่งจากการที่ทางมหาดไทยให้ความใส่ใจในการป้องกันแก้ไขปัญหานี้เชื่อว่าจะทำให้การควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ทั้งไข้เลือดออก และไวรัสซิกา ที่มียุงลายเป็นพาหะเหมือนกันทำได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

 

 ที่มา MGR Online  3 กันยายน 2559 

< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login