Home arrow News arrow ระดมกูรู..โรคติดเชื้อแห่งเอเชีย รวมพลังป้องกันเด็ก..
ระดมกูรู..โรคติดเชื้อแห่งเอเชีย รวมพลังป้องกันเด็ก.. Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 09 พฤษภาคม 2016

สถิติขององค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ระบุว่า ปี พ.ศ.2558 มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบทั่วโลก เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อมากถึง 900,000 ราย กว่า 50% อยู่ในทวีปเอเชีย

โรคติดเชื้อที่พบบ่อยในเด็กได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ อุจจาระร่วง มือ เท้า ปาก คางทูม อีสุกอีใส หัด ไข้เลือดออก ไข้ซิกา ฯลฯ

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานฝ่ายวิชาการการประชุมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย บอกว่า ปัจจุบันโรคติดเชื้อในเด็กถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั้งระดับประเทศและระดับโลก เป็นโรคที่คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกปีละนับหลายแสนราย

“ในกรณีที่เด็กไม่เสียชีวิตแต่การป่วยด้วยโรคติดเชื้อในช่วงที่อายุยังน้อย อาจส่งผลต่อพัฒนาการและสุขภาพโดยรวมของเด็กในระยะยาวได้” คุณหมอทวีบอกและว่า สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยเห็นถึงความสำคัญในการปกป้องเด็กจากโรคติดเชื้อต่างๆครอบคลุมเด็กทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกจึงได้ร่วมกับสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย (Asian Society for Pediatric Infectious Diseases) จัด “การประชุมนานาชาติโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย ปี 2016” (8th Asian Congress of Pediatric Infectious Diseases (ACPID 2016) ขึ้นในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย.นี้ โดยระดมผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคติดเชื้อจากทั่วโลกมาร่วมประชุมจำนวนมาก ถือเป็นโอกาสที่ไทยจะได้เสนอผลงานวิจัยเพื่อให้นานาชาติได้เห็น ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือในการส่งเสริมและการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านโรคติดเชื้อในเด็กในเวทีวิชาการระดับโลก ที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งโลกไม่เฉพาะประเทศไทยหรือในเอเชียเท่านั้น

 

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี บอกว่า โรคติดเชื้อหลายโรคสามารถรักษาและป้องกันได้ สำคัญที่สุดคือ การป้องกันด้วยวัคซีน ซึ่งมีข้อมูลทางการแพทย์ชัดเจนว่าสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กลงได้ 2-3 ล้านรายต่อปี แต่แม้ว่าประเทศไทยจะมีนโยบายในการให้วัคซีนพื้นฐานแก่เด็กที่ค่อนข้างดี แต่ก็มีจุดที่น่าตกใจว่า ประเทศไทยเราไม่มีการบรรจุวัคซีนชนิดใหม่เป็นวัคซีนพื้นฐานที่รัฐจัดให้มานาน 15 ปีแล้ว ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนฮิบ (Hib) ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ ที่ทั่วโลกมีใช้มานานกว่า 25 ปีแล้ว มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคถึง 98% แต่ไทยกลับเป็นประเทศเดียวในโลกที่เด็กๆยังไม่ได้รับวัคซีนนี้เป็นวัคซีนพื้นฐาน

 

“ตอนแรก มีเหลืออยู่ 2 ประเทศที่ไม่มีการให้วัคซีนชนิดนี้แก่เด็ก คือ จีนและไทย แต่ล่าสุดจีนได้ประกาศบรรจุวัคซีนฮิบเป็นวัคซีนพื้นฐานแล้ว ทำให้ไทยเป็นชาติสุดท้ายและชาติเดียวของโลกที่ไม่ได้วัคซีนชนิดนี้ ซึ่งน่าเสียดายมาก” นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยบอก

คุณหมอทวี ยังบอกด้วยว่า หากเพิ่มวัคซีนฮิบเข้าไปเป็นวัคซีน 5 ชนิดในหนึ่งเข็ม ร่วมกับวัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยักและตับอักเสบบี ราคาจะอยู่ที่เข็มละ 100 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีวัคซีน 4 ชนิดในเข็มเดียวซึ่งเด็กได้รับจากรัฐฟรีอยู่แล้วเพียง 40 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นหากเด็กป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียฮิบหรือ ฮิโมฟิลุส อินฟลูเอนซา ชนิด B (Haemophilus influenzae type b: Hib) ถือว่าคุ้มมาก

“โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบเป็นโรคที่หากเด็กร่างกายอ่อนแอแบคทีเรียชนิดนี้จะทะลุเข้ากระแสเลือด ทำให้โลหิตเป็นพิษและเข้าสู่สมอง อัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้อยู่ที่ประมาณ 10% แต่ถ้าไม่เสียชีวิตก็อาจจะมีความเสี่ยงต่อความพิการ ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ราว 20-30%” คุณหมอทวีให้ข้อมูลและว่าปัจจุบันอัตราเฉลี่ยของการป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากฮิบอยู่ที่ประมาณ 5-10 รายต่อประชากรแสนราย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพราะการฉีดวัคซีนป้องกันโรคชนิดนี้หากพ่อแม่ต้องพาลูกไปฉีดวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคได้ 5 โรคโดยไม่ได้รับจากรัฐจะต้องเสียเงินอย่างน้อยเข็มละ 700-800 บาท

“นี่เป็นแค่ตัวอย่างง่ายๆตัวอย่างหนึ่งของการเข้าไม่ถึงวัคซีนที่จำเป็นของเด็กในประเทศไทย” นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กบอก

ด้าน ศ.พญ.อุษา ทิสยากร เลขาธิการสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย ในฐานะประธาน “การประชุมนานาชาติโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย ปี 2016” กล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ว่า การปกป้องเด็กจากโรคติดเชื้อต่างๆ เพื่อให้เด็กมีสุขภาพอนามัยที่ดี มีพัฒนาการสมวัย มีภูมิต้านทานโรคและเจ็บป่วยลดลง การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Working Together to Safeguard Children” “รวมพลังเพื่อปกป้องเด็ก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แพทย์ อาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุขและนักศึกษาจากสถาบันทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนวิชาชีพต่างๆ ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ทางวิชาการร่วมกันกับนักวิชาการต่างประเทศ เพื่อนำเสนอแนวทางการป้องกัน ดูแลรักษาที่ช่วยลดและแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคติดเชื้อที่พบบ่อยในเด็กได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคติดเชื้อจากทั่วโลกมาร่วมประชุมจำนวนมาก การประชุม จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2559 ณ ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย โทร.0-2716-6534 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.acpid2016.com

 ที่มา    ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 พ.ค. 2559  

< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login