Home arrow News arrow กองทุนโลกทุ่ม 690 ล้านบาท ช่วย สธ.ไทยแก้ปัญหาวัณโรค
กองทุนโลกทุ่ม 690 ล้านบาท ช่วย สธ.ไทยแก้ปัญหาวัณโรค Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 07 พฤศจิกายน 2007

        กองทุนโลก อุดหนุนงบช่วยกระทรวงสาธารณสุขไทย ควบคุมปัญหาการแพร่ระบาดของวัณโรค เป็นเงินกว่า 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 690 ล้านบาทใช้ระยะเวลา 5 ปี เน้นเข้าถึงกลุ่มพนักงานในโรงงาน จำนวน 2 ล้านคน ในสถานประกอบการ 10,000 แห่ง ใน 76 จังหวัด ชี้ผลสำรวจล่าสุด เจ้าของสถานประกอบการร้อยละ 28 เห็นว่าโรคนี้กระทบต่อธุรกิจ หวั่นผู้ป่วยวัณโรคถูกรังเกียจ ทำให้ขาดยาและอาจเป็นแพร่เชื้อบานปลาย

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :      นายแพทย์ปราชญ์  บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์มานิต  ธีระตันติกานนท์ เลขานุการคณะกรรมการกลไกความร่วมมือในประเทศ นายแพทย์ธวัช  สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยและผู้แทนองค์การอนามัยโลก ร่วมกันแถลงข่าว “โครงการวัณโรครอบที่ 6 ภายใต้โครงการกองทุนโลก” และเปิดนิทรรศการ “ความสำเร็จของโครงการกองทุนโลกในประเทศไทย” ที่ห้องประชุมโรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส กรุงเทพมหานคร

     นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวว่า วัณโรคกำลังเป็นปัญหาระดับโลก องค์การอนามัยโลก รายงานว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 22 ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยวัณโรคมากที่สุดในโลก จากรายงานสถานการณ์วัณโรค ปี 2549 ตรวจพบผู้ที่มีเชื้อวัณโรคในเสมหะ ซึ่งยังไม่แสดงอาการ จำนวน 28,349 คน หรือแสนละ 46 คน หากรวมกับผู้ป่วยแล้วจะทำให้ไทยมีผู้ป่วยวัณโรคทั้งหมดมากถึง 54,756 คน หรือแสนละ 88 คน ซึ่งปัญหาวัณโรคในไทยโยงใยกับปัญหาเอดส์ โดยพบว่าผู้ป่วยเอดส์ 15% ติดเชื้อวัณโรคร่วมด้วย ขณะเดียวกันผู้ป่วยวัณโรค 30% ติดเชื้อเอดส์ร่วมด้วยจึงต้องแก้ไขทั้ง 2 เรื่องพร้อมกัน

     ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำโครงการเสนอขอรับการสนับสนุนจากกองทุนโลกเพื่อต่อสู้โรคเอดส์ วัณโรคและมาลาเรีย (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and Malaria: GFATM) ในปี 2545 และได้รับอนุมัติการสนับสนุนงบประมาณถึง ณ ปัจจุบัน ทั้งหมด 163.25 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 5,550 ล้านบาทได้รับมาแล้ว 3,989 ล้านบาท แก้ไข 3 โรค คือ เอดส์ มาลาเรีย และวัณโรค รวม 7  โครงการ ได้ดำเนินการแล้ว 6 โครงการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545 ถึง กันยายน 2550 ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการในโครงการที่ 7 ได้รับงบประมาณ 19,626,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 690 ล้านบาท ซึ่งเน้นการควบคุมและป้องกันวัณโรคและโรคเอดส์ในสถานประกอบการเนื่องจากวัณโรคเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารธุรกิจของสถานประกอบการไม่น้อยไปกว่าปัญหาโรคเอดส์

     นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวด้วยว่า จากผลสำรวจของคณะเศรษฐศาสตร์ระดับโลกเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า ผู้บริหารสถานประกอบกิจการในประเทศไทยประมาณ 28% เห็นว่าวัณโรคส่งผลกระทบต่อกิจการ ในขณะที่มีผู้บริหารเพียง 11% ที่เห็นว่าโรคเอดส์มีผลกระทบหากผู้บริหารพนักงานในสถานประกอบการมีความเข้าใจเรื่อง วัณโรคไม่ถูกต้อง ผู้ที่ป่วยเป็นวัณโรคอาจจะถูกรังเกียจและเลือกปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ป่วยเอดส์ อาจถูกเลิกจ้างและทำให้พนักงานที่ป่วยต้องลาออกไป ส่งผลให้โรงพยาบาลไม่สามารถติดตามผู้ป่วยได้ เกิดปัญหาขาดยาทำให้เชื้อแพร่ระบาดได้เรื่อย ซึ่งขณะนี้อัตราการรักษาหายขาดของไทยมีไม่ถึง 80% จะทำให้การควบคุมโรคยากขึ้นเรื่อยๆ

     ด้านนายแพทย์ธวัช  สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในการดำเนินการแก้ปัญหาวัณโรครอบที่ 6 มีการดำเนินการ 5 ปี ระหว่างพ.ศ. 2550-2555 โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานป้องกันควบคุมวัณโรคในสถานประกอบการ 10,000 แห่งดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมควบคุมโรคกับมูลนิธิศุภนิมิต ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ในปีแรกจะเน้นการให้ความรู้พนักงานในเรื่องวัณโรคและโรคเอดส์จำนวน 400,000 คน ผู้บริหาร 2,000 คน สร้างแกนนำวัณโรค โรคเอดส์ ให้ได้ 1,400 คนโดยมุ่งหวังให้พนักงานไม่รังเกียจหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ป่วยวัณโรค โดยผู้ป่วยวัณโรคทุกรายจะเข้ารับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาล ทั้งภาครัฐและโรงพยาบาลเอกชน 40 แห่ง ใน 2 ปีแรก ที่พนักงานนั้นมีบัตรประกันสังคมและเข้าระบบการรักษาของโรงพยาบาล เพื่อได้รับยาและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ให้มีผลการรักษาหายขาดมากกว่า 85% มีการพัฒนาเครือข่ายการดูแลกำกับการรักษา (DOTS) ร่วมกับโรงพยาบาลภาครัฐที่จะเน้นพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการชันสูตรเชื้อวัณโรค และ การพัฒนางานควบคุมวัณโรคบริเวณจังหวัดชายแดนไทย-พม่า 6 จังหวัดรวมทั้งจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าว  ได้แก่ ตาก ภูเก็ต ระนอง พังงา กาญจนบุรี ชุมพร

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

< Previous   Next >