Home arrow News arrow 'ไวรัสซิกา' ระบาดได้เล็กน้อย
'ไวรัสซิกา' ระบาดได้เล็กน้อย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 08 กุมภาพันธ์ 2016
ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการและยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ และประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ด้านแมลงนำโรค ด้านโรคติดเชื้อและด้านห้องปฏิบัติการวินิจฉัย ว่า องค์การอนามัยโลกรายงานข้อมูลปี 2558 - 30 มกราคม 2559 พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ใน 26 ประเทศ ทั้งนี้ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ได้ประชุมภาวะฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ เพื่อพิจารณาสถานการณ์และความเสี่ยง และประกาศเป็นภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ให้ทั่วโลกช่วยกันรับมือกับไวรัสดังกล่าว 

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ระบุว่า ในประเทศไทยพบผู้ป่วยครั้งแรก พ.ศ.2555 - 2558 กระจายอยู่ทุกภาคเฉลี่ยปีละ 5 ราย การประเมินความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคนี้ในประเทศมีเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ ช่องทางหลักผ่านทางการโดนยุงลายกัด และช่องทางที่เป็นไปได้ เช่น จากมารดาที่ป่วยสู่ทารกในครรภ์ รวมทั้งทางการมีเพศสัมพันธ์ แต่พบได้น้อยมาก สำหรับการเฝ้าระวังโรคมีข้อแนะนำให้ดำเนินการใน 4 ประเด็น ได้แก่ การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา การเฝ้าระวังในทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด และการเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท โดยได้เตรียมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วไว้พร้อมออกสอบสวนโรคทันที นอกจากนี้ได้เฝ้าระวังในกลุ่มผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดที่มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ อีกด้วย โรคนี้อาการมักไม่รุนแรง หายได้เอง ตรวจยืนยันเชื้อได้ด้วยห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเครือข่าย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันบำราศนราดูร 

ทั้งนี้ ได้แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 1.ในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้เฝ้าระวังโรคใน 4 ประเด็นข้างต้น รักษาผู้ป่วยตามแนวทางการรักษา ส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการและควบคุมแมลงพาหะนำโรค 2.ในส่วนประชาชน เน้นการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายและป้องกันไม่ให้ยุงกัด เช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก หากมีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ อาจมีโอกาสเป็นโรคนี้ ขอให้พบแพทย์ทันที โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ 3.ในผู้ที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ระบาด ต้องระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวให้มิดชิด ใช้ยาทาป้องกันยุงกัด หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง 

"ขอเน้นย้ำว่า โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ การลดจำนวนยุงลาย ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งเป็นยุงในบ้าน ประชาชนต้องช่วยกัน “ปราบยุงลาย” ในบ้านและในชุมชนของตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันควบคุมโรค เพราะป้องกันได้ทั้ง 3 โรคคือ ไข้เลือดออก ซิกา และไข้ปวดข้อยุงลาย โดย รมว.สาธารณสุขจะเสนอนายกรัฐมนตรีก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 9 ก.พ.นี้ เพื่อดีเดย์กำจัดยุงลายร่วมกัน ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลระบาด" ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ กล่าว และว่า ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กลุ่มอาการทางระบบประสาท เป็นกลุ่มอาการที่เข้าข่ายโรคซิกาได้ จึงต้องเฝ้าระวังด้วย เพราะไวรัสซิกาเป็นไวรัสในกลุ่มฟลาวิไวรัส ซึ่งไวรัสในกลุ่มนี้หลายตัวก็ทำให้เกิดเส้นประสาทอักเสบ เช่น ไวรัสเดงกีของโรคไข้เลือดออก ไวรัสเจอีโรคไข้สมองอักเสบ การที่ซิกาจะทำให้เกิดอาการทางระบบประสาทเช่นเดียวกับพี่น้องกลุ่มอื่นในตระกูลฟลาวีไวรัสจึงเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม อาการเส้นประสาทอักเสบนั้นเกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันแปรปรวน รวมไปถึงการขาดวิตามินบี 1 ซึ่งอาการจะคล้ายกันทำให้แยกได้ยาก แต่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยพบว่าจะเกิดจากภูมิคุ้มกันแปรปรวน ส่วนการเกิดจากการติดเชื้อที่พบมากที่สุดคือ พิษสุนัขบ้า โดยร้อยละ 30 ทำให้แขนขาอ่อนแรง เป็นอัมพาต และเสียชีวิต เนื่องจากหายใจเองไม่ได้ รองลงมาคือ ไวรัสเดงกี โดยร้อยละ 0.5 จะไม่มีอาการแบบไข้เลือดออกทั่วไป แต่จะมีอาการเส้นประสาทอักเสบ แขนขาอ่อนแรง 

"ขณะนี้ได้มีการประสานไปทางสมาคมประสาทวิทยา และราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเส้นประสาทอักเสบว่า เกิดจากการติดเชื้อ หรือภูมิคุ้มกันแปรปรวน เบื้องต้นหากพบอาการทางระบบประสาทอักเสบร่วมกับอาการอื่นๆ ที่เข้าข่ายซิกา ทั้งมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดข้อ มีผื่นขึ้น ตาแดง ให้สงสัยว่าเข้าข่ายเกิดโรค

 

ไทยโพสต์ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 

< Previous   Next >