Home arrow News arrow พบผู้ติดเชื้อ “อีโบลา” รายใหม่เพิ่มอีก 3 ในกินี ดับความหวังถูกประกาศเป็น “เขตปลอดเชื้อ”
พบผู้ติดเชื้อ “อีโบลา” รายใหม่เพิ่มอีก 3 ในกินี ดับความหวังถูกประกาศเป็น “เขตปลอดเชื้อ” Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 30 ตุลาคม 2015
    รอยเตอร์ / เอเจนซีส์ / ASTV ผู้จัดการออนไลน์ – เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุขของกินีเปิดเผยในวันพุธ ( 28 ต.ค.) ยืนยันการพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลารายใหม่อีก 3 ราย ในประเทศของตน ดับความหวังของทางการกินีที่ต้องการถูกประกาศจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ประเทศของตนเป็นเขตปลอดเชื้อมรณะชนิดนี้   โฟเด ตาสส์ ซีลลา โฆษกศูนย์ต่อสู้อีโบลาแห่งชาติของกินี เปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 3 คน ได้รับเชื้ออีโบลาในเขตโฟเรการิอาห์ ทางภาคตะวันตกของประเทศ และได้รับเชื้อจากครอบครัวของสตรีรายหนึ่งที่เสียชีวิตจากการติดเชื้ออีโบลาไปก่อนหน้านี้ โดยที่ศพของเธอไม่ได้ถูกจัดการตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสมรณะ
       
       โฆษกศูนย์ต่อสู้อีโบลาแห่งชาติของกินียังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 3 คนดังกล่าว ส่งผลให้ในเวลานี้ กินีมีผู้ติดเชื้ออีโบลา ที่เข้ารับการดูแลภายในศูนย์ควบคุมโรคทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 9 ราย และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ในจำนวนนี้มีความเชื่อมโยงกับสตรีรายดังกล่าวที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้
       
       กินี ถือเป็นประเทศต้นตอของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะอีโบลา ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก หลังพบเด็กชายวัยเพียง 2 ปีล้มป่วยเพราะติดเชื้ออีโบลาเป็นรายแรก ในเขตหมู่บ้านอันห่างไกลของกินีเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2013 และนับจากวันนั้นเป็นต้นมา วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะชนิดนี้ในกินีกำลังใกล้ยืดเยื้อเข้าสู่ขวบปีที่ 4 ในปี 2016
       
       ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกระบุว่า ไวรัสอีโบลาได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 11,300 ราย จากจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดราว 28,500 รายในประเทศกินี ตลอดจน ชาติเพื่อนบ้านอย่างไลบีเรียและเซียร์ราลีโอน
       
       ทั้งนี้ ไลบีเรียได้รับการประกาศจากองค์การอนามัยโลกให้ปลอดจากเชื้ออีโบลาไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่เซียร์ราลีโอนกำลังจะถูกประกาศให้ปลอดจากเชื้ออีโบลาในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ หากยังไม่มีการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก ตามหลักเกณฑ์การเฝ้าระวังโรคนาน 42 วันขององค์การอนามัยโลก
< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login