Home arrow News arrow ลดกินอาหารไขมันทรานส์ ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
ลดกินอาหารไขมันทรานส์ ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
เสาร์, 24 ตุลาคม 2015
  กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนเลือกอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารที่มีไขมันทรานส์ ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง     
       
       วันนี้ (24 ต.ค.) นพ.อำนวย  กาจีนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไขมันทรานส์ เป็นไขมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีโครงสร้างชนิดทรานส์ (trans) พบได้ในปริมาณเล็กน้อยตามธรรมชาติในผลิตภัณฑ์จากสัตว์  นอกจากนี้ไขมันทรานส์ยังได้จากการสังเคราะห์ระหว่างกระบวนการผลิตอาหาร โดยการเติมไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืช ทำให้น้ำมันพืชแข็งตัวมากขึ้น นิยมใช้โดยผู้ผลิตอาหารเนื่องจากเก็บรักษาไว้ได้นานโดยไม่เหม็นหืน ไม่เป็นไข ทนความร้อนได้สูง และมีรสชาติใกล้เคียงกับไขมันจากสัตว์ แต่จะมีราคาที่ถูก      ปัจจุบันมีอาหารหลายชนิดที่ใช้ไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบ เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ดซึ่งใช้เป็นน้ำมันสำหรับทอด มันฝรั่ง โดนัท เบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว ครีมเทียม วิปปิ้งครีม เนยขาว มาร์การีน และคุกกี้ เป็นต้น ซึ่งมีผลการศึกษาทางระบาดวิทยาจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าไขมันทรานส์ในอาหารทำให้ระดับ LDL (low density lipoprotein) ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดเลวในเลือดเพิ่มขึ้น และลดระดับ HDL (high density lipoprotein) ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดดีในเลือด และในประเทศสหรัฐอเมริกาการศึกษาที่บ่งชี้ว่าการหลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ สามารถป้องกันการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันประมาณ 10,000 – 20,000 ราย/ปี และสามารถป้องกันการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ 3,000-7,000 ราย/ปี เป็นต้น
       
       นพ.อำนวย กล่าวว่า ขอแนะนำประชาชน ให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันทรานส์สูง เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด หรือขนมขบเคี้ยวที่มีส่วนประกอบของเนยขาวและมาร์การีน เป็นต้น อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง และเลือกรับประทานอาหารตามธรรมชาติที่มีไขมันต่ำและมีใยอาหารสูง เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืชขัดสีน้อย ถั่ว เป็นต้น เลือกวิธีการปรุงอาหารด้วยการอบ นึ่ง ย่าง แทนการทอด  สถาบันการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้บริโภคไขมันทรานส์น้อยกว่า 1%ของพลังงานที่ต้องการทั้งหมด และไม่ควรบริโภคไขมันทรานส์เกินวันละ 2 กรัม หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login