Home arrow News arrow สนอ.เตือนภัยสารพัดโรคมันมากับน้ำ ระวังตาแดง-ฉี่หนู-ท้องร่วง-เท้าเน่า
สนอ.เตือนภัยสารพัดโรคมันมากับน้ำ ระวังตาแดง-ฉี่หนู-ท้องร่วง-เท้าเน่า Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 01 พฤศจิกายน 2007

        นายสมภพ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) เปิดเผยว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครขณะนี้ เกิดสภาวะน้ำหนุน ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำหลายๆ พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงทั้ง 17 เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำนักอนามัยจึงเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพ อนามัยของประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากบริเวณที่เกิดน้ำท่วมนั้น มักจะมีน้ำขังอยู่ อีกทั้งยังขังอยู่หลายวันทำให้เกิดการมักหมมของเชื้อโรคต่างๆได้ นอกจากนี้น้ำยังเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ที่สกปรก เช่น ท่อระบายน้ำ ที่ตั้งถังขยะ เป็นต้น ส่งผลให้เชื้อโรคกระจายอยู่ทั่วไปในน้ำ

         นายสมภพ กล่าวต่อว่า สภาวะน้ำท่วมขังนั้น หากเกิดเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย ตนจึงเป็นห่วงในเรื่องของโรคที่มากับน้ำ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า ที่เกิดได้ง่ายมาก หากโดนหรือสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน ซึ่งประชาชนที่บ้านเรือนโดนน้ำท่วมขังคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำได้ ตนจึงอยากแนะนำว่าหลังจากโดนหรือสัมผัสน้ำแล้วให้รีบล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดโดยด่วน อย่าปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดโรคดังกล่าวได้ หากเกิดอาการคันอย่างรุนแรงให้รีบพบแพทย์โดยด่วน

         นอกจากนี้โรคที่มากับน้ำยังมีโรคฉี่หนูที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย รวมถึงโรคทางเดินอาหารที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งนี้อยากให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหารในสภาวะน้ำท่วมขังอย่างนี้ เพราะอาจเกิดโรคท้องร่วงหรือโรคอื่นๆ ได้ หากไม่แน่ใจในอาการว่าเป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ ให้รีบดื่มน้ำต้มสุกและดื่มน้ำเกลือแร่ ถ้าอาการเริ่มรุนแรงขึ้นให้รีบพบแพทย์โดยด่วน ซึ่งนอกจากโรคที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วนั้น หากมีน้ำกระเด็นเข้าตา อาจส่งผลให้เป็นโรคตาแดงได้อีกด้วย ซึ่งอาการมักจะระคายเคืองบริเวณดวงตา หากมีอาการใกล้เคียงให้รีบพบแพทย์ เนื่องจากโรคตาแดงสามารถติดต่อกับบุคคลรอบข้างได้

 “อยากให้ประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังใส่ใจในเรื่องของสุขอนามัยของคนในครอบครัวให้มาก โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ซึ่งอาจเป็นโรคต่าง ๆได้ง่าย” นายสมภพ กล่าว 
 
ที่มา หนังสือพิมพ์ แนวหน้า วันที่ 1/11/2007

< Previous   Next >