Home arrow News arrow ไทยปลอดโรค “เมอร์ส” ผู้ป่วยโอมานหายดี เตรียมบินกลับประเทศ
ไทยปลอดโรค “เมอร์ส” ผู้ป่วยโอมานหายดี เตรียมบินกลับประเทศ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อาทิตย์, 05 กรกฎาคม 2015
สธ. แถลงประเทศไทยปลอดจาก “โรคเมอร์ส” เผยผู้ป่วยเมอร์สชาวโอมานอาการหายดีแล้ว เตรียมบินกลับประเทศพร้อมญาติคืนนี้ ยุติเฝ้าระวังอาการผู้สัมผัสผู้ป่วยทั้งหมด 176 คน WHO แจงไทยไม่ต้องรอ 28 วันประกาศปลอดเมอร์ส เหตุไม่มีการระบาด   วันนี้ (3 ก.ค.) ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวประเทศไทยปลอดจากโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคเมอร์ส ว่า ขณะนี้ประเทศไทยถือว่าปลอดจากโรคเมอร์สแล้ว และไม่มีการระบาดของโรคเมอร์ส เนื่องจากผู้ป่วยชายชาวโอมานอายุ 75 ปี ที่เดินทางมายังประเทศไทยและตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคเมอร์ส เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา และเข้ารับรักษาตัวที่ห้องแยกโรคสถาบันบำราศนราดูรนั้น ได้หายจากอาการของโรคเมอร์สแล้ว คือ ไม่มีไข้ หายใจได้เอง โดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและให้ออกซิเจน สามารถเดินเองได้ในระยะสั้นๆ นอกจากนี้ ผลการตรวจเชื้อในลำคอทางห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) ก็ให้ผลเป็นลบถึง 5 ครั้ง ครั้งสุดท้ายคือวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา และผลการเอกซเรย์ปอดก็พบว่าดีขึ้น เช่นเดียวกับญาติอีก 3 รายที่ถือเป็นผู้สัมผัสโรคเสี่ยงสูง อยู่ในห้องแยกโรคสถาบันบำราศฯ เพื่อเฝ้าระวังอาการนั้น ก็ไม่พบมีอาการไข้ ตรวจเชื้อในลำคอก็ให้ผลเป็นลบ
       
       “ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ประชุมหารือและลงหาความเห็นว่าสามารถจำหน่ายผู้ป่วยและญาติให้กลับบ้านได้ โดยยึดหลักเกณฑ์คือ ไม่มีอาการไข้มากกว่า 10 วัน ไม่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย ผลตรวจแล็บให้ผลเป็นลบอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งผู้ป่วยและญาติก็เข้าเกณฑ์ดังกล่าวทั้งหมด ทั้งนี้ จากการหารือกับเอกอัครราชทูตโอมานประจำประเทศไทยก็พบว่า ผู้ป่วยและญาติจะเดินทางกลับประเทศโอมานในวันที่ 3 ก.ค. เลย” รมว.สธ. กล่าวและว่า สำหรับผู้สัมผัสผู้ป่วยโรคเมอร์สทั้ง 176 ราย ทั้งหมดไม่มีอาการป่วย ผลตรวจแล็บให้ผลเป็นลบเช่นกัน จึงยุติการเฝ้าระวังสังเกตอาการทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะประกาศไม่มีการระบาดของโรคเมอร์สแล้ว แต่ยังต้องกำชับให้ คร. กรมการแพทย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ รพ. ทุกแห่งให้เฝ้าระวังคัดกรองป้องกันโรคเมอร์สอย่างต่อเนื่องและเข้มงวด เพราะยังคงมีการเดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาด เช่น ตะวันออกกลาง และเกาหลีใต้
       
       นายอับดุลเลาะฮ์ เศาะลาฮ์ อะห์มัด อัล-ไมมานี (Mr.Abdullah Saleh Ahmed Al-Maimani) เอกอัครราชทูตโอมานประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดูแลผู้ป่วยชาวโอมานรายนี้เป็นอย่างดี ตั้งแต่เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.บำรุงราษฎร์ จนถึงสถาบันบำราศนราดูร และรักษาจนหายดี โดยผู้ป่วยและญาติจะเดินทางกลับประเทศโอมานในช่วงเย็นวันที่ 3 ก.ค.
       
       ดร.ริชาร์ด บราวน์ รักษาการผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขอชื่นชมประเทศไทยที่สามารถตอบโต้เหตุการณ์นี้ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการดูแลผู้ป่วยและการติดตามผู้สัมปัสผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องจนครบ 14 วัน ซึ่งถือเป็นงานที่หนักมาก รวมถึงมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งระบบการเฝ้าระวังยังคงต้องดำเนินการต่อไป
       
       ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา และที่ปรึกษา คร. กล่าวว่า การพบผู้ป่วยโรคเมอร์สในไทยครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่ดีมาก ซึ่งขณะนี้เราสามารถพูดได้แล้วว่าประเทศไทยปลอดจากผู้ป่วยโรคเมอร์สแล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหารือในแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าจะสามารถจำหน่ายผู้ป่วยและญาติออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไร ซึ่งในตำรานั้นไม่ได้มีการระบุไว้ชัดเจน จึงได้ข้อสรุปที่ว่า ต้องไม่มีอาการของโรค การตรวจแล็บไม่พบเชื้อหลัง 14 วัน ถือว่าไม่มีเชื้อในผู้ป่วยคนนี้แล้ว อาการแข็งแรงดีก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เช่นเดียวกับญาติต้องไม่มีอาการ ผลตรวจแล็บเป็นลบ ทั้งหมดประสงค์จะกลับบ้านเลยอนุญาต เพราะเข้าใจดีว่าคนดีๆ ถูกกักตัว 14 วันห้ามเยี่ยม ห้ามประกันตัว ย่อมมีความเครียด เลยอนุญาต
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังจำเป็นต้องนับอีก 28 วันตามเกณฑ์ WHO ก่อนประกาศว่าประเทศไทยปลอดจากโรคเมอร์สหรือไม่ ดร.ริชาร์ด กล่าวว่า กรณีประเทศไทยไม่จำเป็นต้องใช้เกณฑ์ดังกล่าว เพราะเกณฑ์นี้ใช้กับประเทศที่มีเหตุการณ์ระบาด จะนับไปอีก 28 วันหลังจากที่ไม่เจอเชื้อ แต่สำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยเพียงรายเดียว สามารถควบคุมโรคได้สำเร็จ และไม่มีการระบาดออกไป
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า การเดินทางกลับประเทศของชายชาวโอมานครั้งนี้ต้องมีมาตรการพิเศษอะไรหรือไม่ พญ.จริยา แสงสัจจา ผอ.สถาบันบำราศฯ กล่าวว่า โรงพยาบาลได้มีการตรวจร่างกายและให้เขียนใบรับรองว่าผู้ป่วยสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ นอกจากนี้ ผลตรวจเชื้อในลำคอทั้ง 5 ครั้ง และผลตรวจเลือดก็ไม่พบเชื้อเมอร์สแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่สนามบินรับทราบรายละเอียดของผู้ป่วยแล้ว อย่างไรก็ตาม ในเรื่องความปลอดภัยอาจมีการจัดที่นั่งที่ไม่ใกล้กับผู้โดยสารรายอื่น
< Previous   Next >