|
นักเคมีศึกษาฤทธิ์ของสมุนไพรในห้องปฏิบัติการ พบ "สันโศก" หยุดไวรัสเอดส์ได้ในระดับเซลล์ พร้อมข้อมูลกลไกการออกฤทธิ์ เดินหน้าขอทุนวิจัยต่อในสัตว์ทดลองและผู้ป่วย คาด 2 ปีได้รายงานผลทดสอบ หวังพัฒนาเป็นยาจากสารชีวภาพ เสริมการทำงานของยาแผนปัจจุบัน รศ.ดร.งามผ่อง คงคาทิพย์ หน่วยปฏิบัติการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า จากการสังเคราะห์สารธรรมชาติจากสมุนไพร เพื่อหาสารออกฤทธิ์ทางการแพทย์ พบสารสกัดจากสมุนไพรย่านพาโหม และต้นสันโศก มีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสไข้หวัดนกเอช5เอ็น1 และไวรัสเอชไอวีเอดส์1 ได้ในระดับเซลล์
งานวิจัยนี้เริ่มเมื่อปี 2547 และนำมาสู่การสังเคราะห์สารด้วยเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ได้สารที่มีคุณภาพและมีปริมาณเหมาะสม ก่อนนำไปทดสอบกับเซลล์ไลน์ ที่มีเชื้อไวรัสปะปนอยู่ ในจานทดลอง ซึ่งพบว่าสารสกัดจากต้นสันโศก สามารถยับยั้งการขยายตัวของไวรัสเอชไอวี การวิจัยดังกล่าวทำควบคู่ไปกับการค้นหาสมุนไพรต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ในช่วงที่เกิดการระบาดของเชื้อรุนแรง กระทั่งพบว่าย่านพาโหมมีคุณสมบัติตามต้องการ ผลจากการวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบถึงกลไกการดำรงชีวิตของไวรัสแต่ละชนิด ตลอดจนทราบถึงกลไกการทำงานของสมุนไพร ในการยับยั้งเชื้อไวรัสแบ่งตัว ปัจจุบันสมุนไพรทั้ง 2 ชนิดได้ผ่านการทดสอบระดับเซลล์ในห้องปฏิบัติการแล้ว “การที่จะยืนยันได้ว่า สมุนไพรดังกล่าวรักษาโรคและพัฒนาเป็นยาได้นั้น จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนการวิจัยคือ สังเคราะห์สารที่มีคุณภาพให้ได้ในปริมาณมาก จากนั้นนำไปทดสอบในสัตว์ทดลองและผู้ป่วย ซึ่งต้องใช้ทุนวิจัยสูง ตลอดจนการวิจัยต้องอาศัยระยะเวลา เช่นเดียวกับการพัฒนายารักษาโรคมะเร็ง ซึ่งใช้เวลาทั้งสิ้น 15 ปี” รศ.ดร.งามผ่อง กล่าว ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยจึงเขียนโครงการขอทุนสนับสนุน เพื่อทดสอบสารสกัดในหนูทดลอง ดูความเป็นพิษ และทดสอบในอาสาสมัคร คาดว่าจะใช้ทุนสูงราว 5-10 ล้านบาท และเวลาวิจัยไม่เกิน 2 ปี เนื่องจากได้ดำเนินการศึกษามาพอสมควร ในขั้นตอนการควบคุมคุณภาพของสารสกัด ทั้งแหล่งที่มา รวมถึงเทคนิคการสกัด “งานวิจัยสมุนไพรเป็นการศึกษาในองค์รวม โดยสมุนไพรหนึ่งชนิดจะมีสารออกฤทธิ์หลายตัว ขึ้นอยู่กับเทคนิคการสกัด ส่วนสารสกัดสมุนไพรที่ได้จากธรรมชาติ จะไม่มีพิษ หรือหากมีอยู่ก็น้อยมาก จึงมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นยาเสริม เพื่อใช้รักษาโรคได้ในอนาคต” ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร กล่าว ทั้งนี้ ยารักษาโรคเอดส์ในปัจจุบันล้วนมาจากการสังเคราะห์ตัวยา ด้วยการออกแบบทางคอมพิวเตอร์ ยังไม่มีการค้นพบตัวยาจากสารธรรมชาติ จึงเป็นช่องทางให้ประเทศไทย ที่มีข้อได้เปรียบด้านความหลากหลายของสมุนไพรได้ทำการวิจัยและศึกษา เพื่อพัฒนาเป็นยารักษาโรคหรือยาเสริมจากสารธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง ที่มา กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2550 |