Home arrow News arrow จับกระแส : 'หวัดนก' ยังไม่หายไปไหน
จับกระแส : 'หวัดนก' ยังไม่หายไปไหน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 26 ตุลาคม 2007

        ขณะที่ข่าวเกี่ยวกับไข้หวัดนกได้รับความสนใจน้อยลงในหลายประเทศ เนื่องจากไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อทั้งในสัตว์ปีกและในมนุษย์เพิ่มเติม แต่ในอินโดนีเซีย โรคไข้หวัดนกยังคงเป็นปัญหารุนแรงและยืดเยื้อ เฉพาะเดือนตุลาคมนี้ มีชาวอินโดนีเซียเสียชีวิตจากไข้หวัดนกถึง 4 คน โดยคนล่าสุดเพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ศูนย์ข่าวสารไข้หวัดนกในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียเปิดเผยว่า เด็กหญิงวัย 5 ปี ที่อาศัยในจังหวัดบันเต็ม ใกล้กรุงจาการ์ตา ได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสมรณะเอช5เอ็น1 ภายหลังสัมผัสไก่ป่วยและไก่ตายเมื่อ 9 วันก่อน

เด็กหญิงคนนี้ถือเป็นเหยื่อหวัดนกรายที่ 89 ของประเทศ ซึ่งยอดดังกล่าวทำให้อินโดนีเซียเป็นชาติที่มีผู้เสียชีวิตจากหวัดนกมากที่สุดในโลก ขณะที่ผ่านมา ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากหวัดนกอย่างน้อย 204 คน ครอบคลุม 11 ชาติในเอเชียและแอฟริกา แต่หากนับรวมกรณีไวรัสหวัดนกระบาดสู่สัตว์ปีก จะครอบคลุม 60 ชาติ

ความน่ากลัวของหวัดนกคือ โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูง เห็นได้จากอินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้อ 110 คน แต่มีผู้รอดชีวิตเพียง 21 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดวิทยาทั่วโลกยังวิตกว่า หากปล่อยให้ไวรัสมรณะกลายพันธุ์แพร่จากคนสู่คนง่ายขึ้น อาจทำให้เกิดการระบาดครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตหลายล้านคน

นอกจากอินโดนีเซีย เมื่อวานนี้เวียดนามก็ประกาศเช่นกันว่า พบการระบาดของไวรัสหวัดนกมรณะรอบใหม่ในฟาร์มเลี้ยงเป็ดตอนกลางของประเทศ ทำให้ต้องฆ่าเป็ดในฟาร์มทั้งหมด ประกาศเขตห้ามขนย้ายสัตว์ปีก และฉีดวัคซีนเป็ดไก่ในฟาร์มใกล้เคียง

เวียดนามเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความเสียหายหนักสุดจากไวรัสหวัดนก โดยนอกจากความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 46 ราย รัฐบาลต้องใช้วัคซีนสกัดการระบาด โดยฉีดวัคซีนให้สัตว์ปีกแล้ว 62.6 ล้านตัว

การพบไวรัสหวัดนกในเวียดนามภายหลังเว้นช่วงไป 2 เดือน สะท้อนว่าไข้หวัดนกไม่สามารถกำจัดให้หมดสิ้นไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เวียดนามก็ยอมรับว่ามีโอกาสที่จะเกิดการระบาดรอบใหม่

ปัญหาดังกล่าว สอดคล้องกับคำเตือนล่าสุดขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ที่ระบุว่าโลกยังมีความเสี่ยงที่จะเผชิญการระบาดใหญ่ของไวรัสเอช5เอ็น1 จากคนสู่คน และอาจต้องใช้เวลาอีก 3 ปีเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมรับมือ อาทิเช่น การเร่งผลิตวัคซีนหวัดนก หรือส่งเสริมการวิจัยเพื่อรับมือไวรัสมรณะอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ฮู มองว่า ที่ผ่านมามีความคืบหน้าด้านการผลิตวัคซีนหวัดนกทั่วโลก โดยภายในปี 2553 กำลังผลิตวัคซีนจะเพิ่มเป็น 4,500 ล้านชุด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการเพิ่มกำลังผลิตมากขึ้น จนทำให้ประชาชนในชาติร่ำรวยสามารถเข้าถึงวัคซีนหวัดนกได้ทั้งหมดภายใน 3 ปี แต่ประชากรในชาติยากจนราว 2,000 ล้านคน จะยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนดังกล่าวได้

ฮู ประเมินด้วยว่า แม้มีความคืบหน้าด้านการผลิตวัคซีน แต่ยอดการผลิตยังห่างไกลจากเป้าหมายผลิตวัคซีนหวัดนกให้ได้ 6,700 ล้านชุด ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นต่อการป้องกันหวัดนกทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นที่คาดว่าฮูจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยไข้หวัดนก ที่กรุงนิวเดลีของอินเดีย ระหว่างวันที่ 4-6 ธ.ค. ซึ่งรัฐมนตรีจาก 146 ชาติ จะรายงานผลการเตรียมพร้อมรับมือไข้หวัดนกในแต่ละประเทศต่อที่ประชุมด้วย

 

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2550

< Previous   Next >