Home arrow News arrow สธ.ยันไข้หวัดระบาดที่เพชรบูรณ์เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่
สธ.ยันไข้หวัดระบาดที่เพชรบูรณ์เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 20 มีนาคม 2015
  นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีข่าวพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่หลายคนป่วยไล่เลี่ยกันที่ จ.เพชรบูรณ์ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์A H1N1 หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักระบาดวิทยา ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ป้องกันและควบคุมโรคแล้ว ขอชี้แจงว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่พบครั้งนี้เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบในไทย ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด
       
   ทั้งนี้ หากประชาชนมีอาการสงสัยเป็นไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอด หอบหืด เป็นต้น ขอให้รีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากการได้ยาต้านไวรัสเร็วจะทำให้อาการป่วยหายได้เร็วและไม่รุนแรง ส่วนประชาชนทั่วไป สามารถป้องกันได้ โดยต้องดูแลสุขภาพตนเอง หมั่นล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดบ่อยๆ ให้ปิดปากปิดจมูกเวลาไอ จาม หากมีอาการไข้หวัด ให้สวมหน้ากากป้องกัน หยุดเรียน หรือหยุดงานจนกว่าอาการจะดีขึ้น เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อที่อยู่ในน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ
       
       ขณะที่นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้สภาพอากาศในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงจากปลายฤดูหนาวเข้าสู่ต้นฤดูร้อน บางพื้นที่อาจมีฝนตก ประชาชนอาจเจ็บป่วยด้วยอาการไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย ผลการเฝ้าระวังผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ 1 มกราคม-9 มีนาคม 2558 พบผู้ป่วยทั่วประเทศสะสม 14,743 ราย เสียชีวิต 11 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุ 7-24 ปี อาการไข้หวัดใหญ่มักเริ่มต้นด้วยไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก ในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการมักไม่รุนแรง และจะทุเลาหายป่วยภายใน 5 -7 วัน บางรายอาจมีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบรุนแรง ปอดบวม อาจทำให้เสียชีวิตได้
       
       การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่จะรักษาตามอาการ โดยเช็ดตัวลดไข้ หากไข้ไม่ลดให้รับประทานยาลดไข้เช่นพาราเซตามอล ห้ามใช้ยาแอสไพริน ผู้ป่วยขอให้หยุดเรียนหรือหยุดทำงานจนกว่าจะหายเป็นปกติ นอนพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำ และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายโรค หากอาการไม่ดีขึ้นใน 48 ชั่วโมงหรือมีอาการรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ให้การรักษา
       
       ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่เมื่อติดเชื้อแล้วอาจเกิดอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ เด็กอายุเล็ก ผู้มีภูมิต้านทานโรคต่ำ และผู้มีโรคอ้วน หากมีอาการที่กล่าวมาให้รีบพบแพทย์ทันที เพื่อรับยาต้านไวรัส ซึ่งจะช่วยให้หายเร็วและอาการไม่รุนแรง ในการป้องกันโรค ขอให้ประชาชนล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นเช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้าและผ้าเช็ดตัว เป็นต้น ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 

< Previous   Next >