|
กรมควบคุมโรค และมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ แนะภาคธุรกิจต้องเตรียมรับการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก คาดธุรกิจจะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ควรปรับระดับการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพในภาวะขาดแรงงานและป้องกันพนักงานไม่ให้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ เช่นให้ทำงานที่บ้าน
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์วันนี้(24 ต.ค.) ภายหลังพิธีเปิดการสัมมนาการเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจในการรับมือการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก ว่า สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดนก (17 ต.ค.2550) ได้ขยายไปยังประเทศต่างๆ มากกว่า 60 ประเทศใน 3 ทวีป และมีรายงานการติดเชื้อโรคนี้ในคนจาก 12 ประเทศ รวม 331 ราย เสียชีวิต 203 ราย ประเทศไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดนก 25 ราย เสียชีวิต 17 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย 68% และในปีนี้ตั้งแต่ 1 ม.ค.2550 จนถึงวันนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดนกเลย แต่ก็ไม่ได้ประมาท กระทรวงสาธารณสุข ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ซึ่งจะสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ง่ายขึ้นอันเป็นสาเหตุนำไปสู่การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ ทั้งนี้ในรอบศตวรรษที่ผ่านมาทั่วโลก ได้เกิดการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ ถึง 3 ครั้ง ในแต่ละครั้งมีผู้ป่วยและเสียชีวิตนับล้านคน ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก เนื่องจากต้องมีการจำกัดเขตการเดินทาง เข้า-ออก ในพื้นที่ระบาดของโรค บุคคลากรป่วยขาดงาน นักเรียนหยุดเรียน บางแห่งป่วยมากจนต้องปิดหน่วยงานโรงเรียน สถานพยาบาลให้บริการได้ไม่ทั่วถึง เนื่องจากผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลบุคลากรทางการแพทย์เองก็เจ็บป่วย ที่ผ่านมาวิกฤตการณ์ข้างต้นต้องใช้เวลาปีเศษจึงจะคลี่คลายลง ดังนั้นถ้าองค์กรธุรกิจใดไม่ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ก็ต้องปิดตัวลงเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ ภาครัฐบาลได้เตรียมความพร้อมแล้วในระดับหนึ่ง ธุรกิจก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกันเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้เมื่อเกิดภาวะวิกฤตการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก กรมควบคุมโรค และมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ จึงได้จัดสัมมนาเตรียมความพร้อมภาคธุรกิจในการรับมือการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก โดยเชิญ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติการที่รับผิดชอบงานด้านบุคลากร ความมั่นคง และด้านการจัดการภาวะเสี่ยงของบริษัทต่างๆ มาร่วมประชุมประมาณ 100 คน เพื่อเป็นบุคลากรแกนนำที่จะนำไปวางแผนรับมือในบริษัทของตนเอง และถ่ายทอดประสบการณ์ไปยังธุรกิจเครือข่ายต่อไป ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ประธานมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ กล่าวว่า เมื่อเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ของโลกที่ผ่านมาจะพบผู้ป่วย 10-40% ของประชากรการระบาดเป็นระรอก 1-2 เดือน และจะกระจายทั่วโลก ภายในเวลา 6-8 เดือน ส่งผลให้การรักษาพยาบาลไม่เพียงพอเกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ถ้าระบาดไม่รุนแรงจะมีผู้ป่วยเสียชีวิตทั่วโลก 1.4 ล้านคน ถ้ารุนแรง จะมีผู้เสียชีวิต 142.2 ล้านคน ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานครั้งใหญ่ ภาคธุรกิจ ควรมีแผนการเตรียมรับการระบาดของไข้หวัดใหญ่หลายด้าน ได้แก่ แผนปฏิบัติการสำหรับความปลอดภัยของพนักงานและครอบครัว แผนการดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤตที่สอดคล้องกันภาวะพนักงานมีจำนวนลดลง แผนการติดต่อสื่อสารในองค์กร และแผนการช่วยเหลือชุมชน นอกจากนี้ควรกำหนดนโยบายให้พนักงานลาหยุดงาน เมื่อมีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกันการติดต่อไปยังพนักงานคนอื่น รวมทั้งอนุญาตให้พนักงานลาพักเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัวที่ป่วย นอกจากนี้บริษัทต้องมีความรู้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงของพนักงานในการติดเชื้อโรคระบาด ถ้าเป็นไปได้เมื่อเกิดการระบาดควรลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค บริษัทอาจมีแนวทางให้พนักงานทำงานที่บ้าน โดยจัดอุปกรณ์สื่อสารอำนวยความสะดวกให้ ในตำแหน่งสำคัญอาจมีการเตรียมฝึกบุคลากรสำรองไว้ 2-3 คนต่อ 1 ตำแหน่ง อีกทั้งมีการรณรงค์ให้พนักงานรักษาความสะอาดล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นๆ เพื่อการป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่และที่ขาดไม่ได้ คือการสื่อสารให้พนักงานทุกคนทราบถึงการเตรียมความพร้อมเหล่านี้เมื่อเกิดภาวะวิกฤต ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2550 |