Home arrow News arrow สุดอึ้ง!! นักวิจัยชี้ “เชื้อไวรัสอีโบลา” ยังมีชีวิตอยู่ได้ถึง 7 วันในร่างผู้เสียชีวิต
สุดอึ้ง!! นักวิจัยชี้ “เชื้อไวรัสอีโบลา” ยังมีชีวิตอยู่ได้ถึง 7 วันในร่างผู้เสียชีวิต Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 18 กุมภาพันธ์ 2015
เอเจนซีส์ – หลังจากอีโบลาได้คร่าชีวิตคนจำนวนมากในปีที่ผ่านมา ล่าสุดนักวิจัยค้นพบความลับเชื้อร้ายนี้ว่า มีความสามารถในการมีชีวิตอยู่ในร่างของผู้ป่วยที่ยังมีชีวิต หรือเสียชีวิตไปแล้วได้นานถึง 7 วัน
  บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขต่างตรัหนักมายาวนานถึงภัยร้ายถึงขั้นชีวิต หากมีการสัมผัสร่างของผู้เสียชีวิตด้วยโรคอีโบลา แต่ทว่าล่าสุดองค์การอนามัยโลก WHO ได้ออกคำเตือนว่า การจัดการกับศพผู้ป่วยอีโบลาในพิธีงานศพอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการแพร่ระบาดเชื้ออีโบลาเพิ่มมากขึ้นในแอฟริกาตะวันตก
       ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีใครทดสอบอย่างจริงจังถึงระยะเวลาในการมีชีวิตของเชื้ออีโบลา แต่อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาถือเป็นสิ่งต้องห้ามที่จะไม่เผาร่างผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อ
       
       วินเซนต์ มันสเตอร์ (Vincent Munster) และเพื่อนักวิจัยสังกัดห้องวิจัยร็อกกี้ เมาท์เทน ในมอนตานา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NIH ทำการทดลองกับร่างลิงทดลองที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งลิงทดลองถูกทำให้เสียชีวิตเพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับความทรมานจากโรคร้าย "หลังจากทำการการุณฆาตกับลิงทดลองเหล่“นั้น ได้มีการเก็บตัวอย่างจากร่างลิงที่เสียชีวิตทันทีจากส่วนต่างๆของร่างกาย รวมถึงตัวอย่างเลือด และอวัยวะภายในของสัตว์ทดลอง รายงานจากผลการทดลองที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารโรคติดต่อที่อุบัติขึ้น( Emerging Infectious Diseases)
       
       “ซากลิงถูกเก็บในพาชนะพลาสติกอยู่ในห้องเก็บที่มีอุณหภูมิ 27 c และมีความชื้น 80 % เพื่อเลียนแบบสภาพอากาศในแอฟริกาตะวันตก”
       
       และนักวิจัยได้ทำการทดสอบต่างๆ และพบหลักฐานทางพันธุกรรมของไวรัสในระยะเวลาร่วม 10 สัปดาห์ แต่พันธุกรรมที่เรียกว่า RNA กลับไม่พบการติดเชื้อ ไวรัสนั้นแท้จริง “ไม่ได้มีชีวิต” แต่ไวรัสได้เข้ายึดเซลของสิ่งมีชีวิตเพื่อทำการเพิ่มจำนวนของตนเอง โดยพบว่าในทันที่เซลติดเชื้อกำลังจะตาย เชื้อไวรัสตายด้วย แต่การวิจัยล่าสุดนี้พบว่า “ในสิ่งมีชีวิต ไวรัสสามารถอาศัยในเนื้อเยื่อ หรือเลือดเป็นเวลานานถึง 7 วัน”
       
       “จำนวนสูงสุดของพันธุกรรม RNA ของไวรัสถูกพบมากที่สุดในปาก จมูก และเลือดตัวอย่าง” กลุ่มนักวิจัยชาวสหรัฐฯชี้ และพบว่า จำนวนไวรัสพบว่ามีมากในร่างของผู้ป่วยที่เพิ่งเสียชีวิต ซึ่งเป็นสภาพที่คล้ายกับซากลิงทดลอง “นอกจากนี้ สมาชิกครอบครัวที่สัมผัสกับผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นสุดท้าย หรือสัมผัสกับร่างผู้เสียชีวิตนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้ออีดบลาเป็นรายต่อไป “และพบว่าเชื้อไวรัสนั้นอยู่ได้ทนทานนานถึง 7 วัน บนพื้นผิวของร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งสามารถยืนยันความสามารถในการติดต่อเชื้ออีโบลาจากร่างผู้เสียชีวิตไปยังผู้อื่นเพื่อเป็นการยืดอายุชีวิตไวรัสหลังจากร่างเดิมที่เคยอาศัยเสียชีวิตแล้ว” นักวิจัยเผย และอธิยายเพิ่มเติมว่า ข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถใช้อธิบายการติดเชื้อของสัตว์ป่าอื่นๆอีกด้วย เพื่อจะย้ำถึงอันตรายในการจัดการซากสัตว์ติดเชื้ออีโบลา
       
       มีการเชื่อเป็นวงกว้างว่า เชื้ออีโบล่าส่งต่อจากสัว์ป่าไปยังพรานนักล่า หรือร้านค้าเนื้อสัตว์ป่า ซึ่งอาจรวมไปถึงเนื้อลิง และค่าง ที่สามารถติดเชื้อไวรัสอีดบลาได้เช่นเดียวกับมนุษย์ อย่างไรก็ตามไวรัสอีโบลาไม่สามารถมีชีวิตอยู่นอกร่างสิ่งมีชีวิตที่เป็นพาหะได้ และยังต่างจากโรคหัดที่จะไม่ติดต่อทางอากาศ การติดเชื้อเกิดจากมีการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น เลือด หรือ เหงื่อจากใบหน้า 
< Previous   Next >