|
เลขา อย.เผยให้ขึ้นทะเบียนยาต้านไวรัส"อลูเวีย"แล้ว อภ.เตรียมนำเข้าล็อตแรก 2,027 บาทต่อคนต่อปี คาดนำเข้าเพิ่ม2เท่า เดินหน้าต่อรองราคายาต้านมะเร็งนัดเจรจา 18 ต.ค. กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2550 นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ในฐานะคณะกรรมการเจรจาต่อรองราคายาจำเป็นที่มีสิทธิบัตร กล่าวว่า ขณะนี้ อย.ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาต้านไวรัสเอดส์ อลูเวีย ของ บริษัท แมทริกซ์ แลบบอราตอรีส จำกัด เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนกระบวนการนำเข้ายาดังกล่าว เป็นหน้าที่ขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้ดำเนินการต่อไป
ในส่วนของการเจรจาต่อรองราคายามะเร็งนั้น ในวันที่ 18 ต.ค.นี้ได้เชิญบริษัทยาที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรยามะเร็ง 4 รายการ จำนวน 3 บริษัท คือ 1.บริษัทโนวาติส จำกัด เจ้าของสิทธิบัตร ยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งทางเดินอาหารชื่อ อิมมาทินิบ (Imatinib) และยารักษามะเร็งเต้านมชื่อเล็ทโทรโซล (Letrozole) 2.บริษัท ซาโนฟี่ แอสเวนติส เจ้าของสิทธิบัตรยารักษาโรคมะเร็งปอดและมะเร็งเต้านมชื่อโดซีแท็กเซล (Docetaxel) และ 3.บริษัทโรช เจ้าของสิทธิบัตร ยารักษาโรคมะเร็งปอดชื่อเออร์โลทินิบ(Erlotinib) เพื่อที่จะหาแนวทางร่วมกันในการให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้าถึงยามากขึ้น ในราคาที่มีความเหมาะสม ผู้ป่วยสามารถซื้อได้ และไม่เป็นภาระให้กับระบบประกันสุขภาพทั้ง 3 ระบบ คือ ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบสวัสดิการข้าราชการและระบบประกันสังคม "กรอบการเจรจายังคงยึดตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่อาจจะต้องมีการยืดหยุ่นให้กับบริษัทยาพอสมควร โดยราคายาต้นตำรับจะต้องไม่แพงเกินกว่ายาสามัญ 5-10% ซึ่งหากอยู่ในเกณฑ์นี้ก็จะต้องคำนวณว่า สุดท้ายแล้วเป็นราคาที่สมเหตุสมผลหรือไม่ หากบริษัทยายอมตกลงตามกรอบนี้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่ไม่ต้องประกาศบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร หรือซีแอล ในยามะเร็ง แต่จะเป็นการยอมให้สิทธิบัตรโดยสมัครใจหรือวีแอล แทน และมีความมั่นใจว่าการต่อรองราคากับบริษัทยาครั้งนี้ จะสามารถสมหวังร่วมกันทุกฝ่าย เพราะบริษัทยาต่างมีความเข้าใจนโยบายการทำซีแอลของไทยว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาราคาแพงได้มากที่สุด" นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของบริษัทโนวาติสฯ ที่ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งทางเดินอาหารชื่อ อิมมาทินิบ ในโครงการจีแพ็บ จำนวน 900 คน ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ยังไม่คลอบคลุมในระบบประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการโดยจะมีการหารือเพิ่มเติมในการเจรจาครั้งนี้ด้วย ด้าน นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับการใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยรัฐ และประธานคณะกรรมการบริหารองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา อภ.ได้เจรจาต่อรองราคายาอลูเวีย กับบริษัทยาสามัญไว้แล้ว โดยจะสั่งซื้อยาของบริษัท แมทริกซ์ แลบบอราตอรีส จำกัด ที่เสนอราคา 695 เหรียญสหรัฐฯ/คน/ปี หรือประมาณ 2,027 บาท/คน/เดือน เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทางอภ. อยู่ระหว่างการคำนวณปริมาณความต้องการในการใช้ยาอลูเวีย เพื่อสั่งซื้อยาล็อตแรก โดยประมาณการกำลังการใช้ยานาน 6 เดือน เนื่องจากมีผู้ป่วยเอดส์ที่มีอาการดื้อยาและจำเป็นจะต้องใช้ยาอลูเวีย โดยเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วประมาณการมีผู้ต้องการยาอลูเวีย 1,000 คน แต่ขณะนี้มีความต้องการยาเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่าตัว ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2550 04:04:00 |