Home arrow News arrow ผู้เชี่ยวชาญชี้'จีน'เสี่ยง'อีโบลา'ลาม มะกันปรับกฎใหม่หลังถูกรุมวิจารณ์
ผู้เชี่ยวชาญชี้'จีน'เสี่ยง'อีโบลา'ลาม มะกันปรับกฎใหม่หลังถูกรุมวิจารณ์ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 29 ตุลาคม 2014
  เอเจนซีส์ - หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบไวรัสอีโบลา เตือนจีนมีความเสี่ยงจะเกิดการระบาด เนื่องจากมีแรงงานเดินทางไปทำงานในแอฟริกาจำนวนมาก ขณะที่มาตรการควบคุมการติดเชื้อของพวกโรงพยาบาลในแผ่นดินใหญ่ “ไม่ได้มาตรฐาน” ส่วนทางด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ได้ออกแนวทางปฏิบัติใหม่สำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่กลับจากรักษาผู้ป่วยในประเทศที่โรคร้ายแรงนี้ระบาดอยู่ ภายหลังมาตรการกักกันโรคอย่างเข้มงวดของรัฐนิวเจอร์ซีย์และรัฐนิวยอร์ก ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักทั้งจากเลขาธิการใหญ่ยูเอ็นและทำเนียบขาว  ศาสตราจารย์ปีเตอร์ พิออต กล่าวระหว่างเข้าร่วมงานประชุมที่ฮ่องกงเป็นเวลา 2 วันว่า สถานการณ์การระบาดของอีโบลาจะเลวร้ายที่สุดสักพักหนึ่ง และคาดว่า จะดีขึ้นเมื่อมีการกักกันผู้ติดเชื้อ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็คือ จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นไปเท่าตัวทุกๆ 30 วัน
       
       พิออต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้นพบไวรัสอีโบลา ยังคาดว่าโรคนี้จะระบาดอีก 6-12 เดือน และจะมีผู้เสียชีวิตจากอีโบลาอีกหลายพันคนในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้
       
       แอฟริกาตะวันตกเป็นภูมิภาคซึ่งกำลังเผชิญการระบาดของอีโบลาครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อในอเมริกา เยอรมนี สเปน นอร์เวย์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ โดยจำนวนผู้สงสัยติดเชื้อล่าสุดอยู่ที่ 10,141 ราย และยอดผู้เสียชีวิต 4,922 คน
       
       พิออต ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการของสถาบันสุขวิทยาและเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยลอนดอน (London School of Hygiene and Tropical Medicine) เตือนว่า การที่มีแรงงานจีนจำนวนมากไปทำงานในแอฟริกา ทำให้มีความเสี่ยงที่โรคนี้จะระบาดในแดนมังกร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการควบคุมการติดเชื้อตามโรงพยาบาลในแผ่นดินใหญ่ ยัง “ไม่ได้มาตรฐาน” ส่งผลให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยงรุนแรง
       
       เขาย้ำถึงความสำคัญในการฝึกบุคลากรให้สามารถระบุตัวผู้เดินทางที่มีความเสี่ยงก่อนที่จะขึ้นเครื่อง และบอกว่า มาตรการตรวจสอบตามความสมัครใจที่ท่าอากาศยานเช็คแลปก๊อก ของฮ่องกง ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
       
       อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยรายที่กลัวกันว่าติดเชื้ออีโบลาในฮ่องกงนั้น ได้รับการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วเมื่อวันจันทร์ (27) และผลออกมาเป็นลบ โดยขณะนี้ถูกกักกันเพื่อเฝ้าดูอาการที่ศูนย์โรคติดต่อในโรงพยาบาลปรินเซส มาร์กาเร็ต
       
       พิออตบอกว่า วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมอีโบลาคือ การตรวจเลือดที่ทั้งปลอดภัย ไม่แพง และใช้เวลาเพียง 10 นาที
       
       ไวรัสนี้แพร่เชื้อจากการสัมผัสของเหลวจากตัวผู้ติดเชื้อ และพิออตระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า อีโบลาสามารถแพร่กระจายในอากาศได้
       
       องค์การอนามัยโลก (ฮู) เตือนว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้ อาจพบผู้ติดเชื้อใหม่ถึง 10,000 คนต่อสัปดาห์ หากรัฐบาลทั่วโลกไม่ร่วมกันต่อสู้ และว่า วัคซีนล็อตแรกจะพร้อมใช้ในช่วงกลางปีหน้า
       
       เกี่ยวกับเรื่องนี้ พิออตเสริมว่า ขณะนี้มีบริษัทเวชภัณฑ์ 3 แห่งกำลังเร่งพัฒนาวัคซีน และผลการทดลองเบื้องต้นของยาตัวหนึ่งอาจออกมาในเดือนกุมภาพันธ์
       
       ขณะเดียวกันที่อเมริกา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (ซีดีซี) ได้ประกาศแนวทางใหม่สำหรับบุคลากรการแพทย์ที่เดินทางกลับจาก 3 ประเทศที่อีโบลาระบาด โดยเรียกร้องให้มีการติดตามอาการโดยตรงซึ่งหมายถึง การวัดไข้บุคคลที่มี “ความเสี่ยงสูง” ทุกๆ วันตลอดระยะเวลาฟักตัวของเชื้อจำนวน 21 วัน รวมทั้งจำกัดการเดินทางและกิจกรรมในที่สาธารณะในระยะเวลาดังกล่าว
       
       ทั้งนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหมายถึงผู้ที่เคยสัมผัสเข็มฉีดยา ของเหลวจากร่างกายผู้ป่วยอีโบลาโดยไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกัน หรือผู้ที่จัดการกับศพผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ เป็นต้น
       
       ซีดีซีนั้นไม่มีอำนาจบังคับใช้ระเบียบของตนในระดับทั่วประเทศสหรัฐฯ และแนวทางใหม่ที่กำหนดออกมาใช้นี้ ไม่ได้ระบุถึงการกักกันโรคอย่างเคร่งครัดแบบที่รัฐนิวเจอร์ซีย์และรัฐนิวยอร์กใช้ หลังพบผู้ติดเชื้ออีโบลารายแรกในนิวยอร์ก โดยเป็นแพทย์ที่กลับจากไปรักษาผู้ป่วยอีโบลาในกินี
       
       มาตรการของสองมลรัฐดังกล่าวเรียกเสียงวิจารณ์จากบัน คีมุน เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ รวมถึงคณะรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา
       
       บันกล่าวว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์ซึ่งเดินทางกลับจากช่วยเหลือผู้ป่วยอีโบลาถือเป็นบุคคลพิเศษ และไม่ควรถูกกักกันโรคโดยที่ไม่ได้อิงกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และแม้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นติดเชื้อก็สมควรได้รับการสนับสนุนดูแล ไม่ใช่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง
       
       ด้านทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่รักษาพยาบาล อาทิ เคซี ฮิกค็อกซ์ พยาบาลที่เพิ่งกลับจากไปดูแลผู้ป่วยอีโบลาในเซียร์ราลีโอน สมควรได้รับการยกย่อง ไม่ใช่กักตัวไว้ในเต็นท์ 2-3 วันอย่างที่เกิดขึ้น
       
       ทั้งนี้วันศุกร์ที่ผ่านมา (24) ฮิกค็อกซ์กลายเป็นบุคคลแรกที่ถูกกักกันโรคตามมาตรการใหม่ของนิวเจอร์ซีย์ซึ่งประกาศเริ่มใช้ในวันดังกล่าว โดยปรากฏว่าสถานที่กักกันเธอเป็นเต็นท์ซึ่งตั้งอยู่นอกอาคารรักษาพยาบาลหลักของท่าอากาศยานนานาชาตินวร์ก ในนิวเจอร์ซีย์ โดยที่ไม่มีห้องอาบน้ำ หรือห้องน้ำชักโครก
       
       เจ้าตัวบอกว่า รู้สึกเหมือนถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน พร้อมยืนยันว่า ไม่มีอาการของโรคและผลตรวจหาเชื้ออีโบลาเมื่อวันอาทิตย์ก็ออกมาเป็นลบ
       
       ฮิกค็อกซ์ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านที่รัฐเมนเมื่อวันจันทร์ โดยต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ห้ามใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
       
       นอกจากกรณีของเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่กลับจากดูแลผู้ป่วยอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกแล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังมีคำสั่งเมื่อวันจันทร์ ให้ทหารที่เดินทางกลับจากภูมิภาคดังกล่าวเข้ารับการกักกันโรคเป็นเวลา 21 วันที่ฐานทัพในอิตาลี
       
       ขณะนี้ อเมริกามีทหารในแอฟริกาตะวันตก 700 คน ในจำนวนนี้เกือบ 600 คนอยู่ในไลบีเรีย และราว 100 คนในเซเนกัล ทั้งนี้สหรัฐฯยังจะเพิ่มกำลังทหารเป็นอย่างน้อย 3,200 คนในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ ตามนโยบายของโอบามาที่ส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือการต่อสู้อีโบลาจนถึงแหล่งต้นตอโรค 
< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login