Home arrow News arrow 'อนามัยโลก'เตือนชาติเอเชีย เร่งเสริมการป้องกันเพื่อรับมือ 'อีโบลา'
'อนามัยโลก'เตือนชาติเอเชีย เร่งเสริมการป้องกันเพื่อรับมือ 'อีโบลา' Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 15 ตุลาคม 2014
   เอเจนซีส์ - ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (ฮู) เรียกร้องให้บรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เสริมการป้องกันเพื่อรับมือกับการระบาดของโรคอีโบลา ขณะที่ในสหรัฐฯ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาด(ซีดีซี) ระบุ พยาบาลเทกซัสที่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสร้ายนี้จากในอเมริกาเองเป็นรายแรก เป็นผลจากการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยที่แนะนำ สร้างความไม่พอใจให้แก่สมาคมแพทย์พยาบาล เนื่องจากพยาบาลคนดังกล่าวสวมชุดป้องกันตามที่กำหนด ทางด้านสเปนเผยพยาบาลที่ติดเชื้อในประเทศของตน มีอาการดีขึ้นแล้ว ส่วนที่เจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลไลบีเรียนัดประท้วงวันจันทร์ (13 ส.ค.) เรียกร้องค่าตอบแทนพิเศษจากการดูแลผู้ป่วยอีโบลา    มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการ “ฮู” ระบุในคำปราศรัยต่อที่ประชุมประจำปีของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ณ กรุงมะนิลา ในวันจันทร์ (13) ว่า การระบาดของโรคอีโบลาในระลอกนี้ แสดงให้เห็นว่า หนึ่งในเชื้อโรคซึ่งมีความร้ายแรงที่สุดของโลก สามารถที่จะเจาะทะลวงผ่านจุดอ่อนข้อบกพร่องใดๆ ก็ตามที่มีอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานทางด้านสาธารณสุข
       
       เธอบอกว่า ระบบเหล่านี้ไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นมาได้ในระหว่างที่เกิดวิกฤต ตรงกันข้ามระบบกลับจะพังทะลายลงไปในท่ามกลางวิกฤต และเมื่อระบบสาธารณสุขทำงานไม่ได้ ย่อมหมายความว่าประชากรมีความยืดหยุ่นอยู่ในระดับเท่ากับศูนย์ เมื่อต้องเผชิญกับข่าวชวนช็อกต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นมา โดยที่ข่าวร้ายกำลังเกิดขึ้นถี่มากขึ้นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
       
       เธอบอกด้วยว่า เมื่อเชื้อไวรัสอันร้ายแรงโจมตีใส่ผู้อัตขัดยากจน และกระจายตัวแพร่ออกไปจนเกินกว่าจะควบคุม ทั่วทั้งโลกก็ต้องตกอยู่ในความเสี่ยง
       
       ทางด้าน ชิน ยังซู ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ขององค์การอนามัยโลก บอกกับที่ประชุมคราวนี้ว่า “มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน” ที่คนไข้ติดเชื้ออีโบลา จะถูกนำเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้ ซึ่งมีทั้งศูนย์กลางการขนส่งขนาดยักษ์ ตลอดจนมีการค้าและการเดินทางท่องเที่ยวกันคึกคัก ทั้งนี้ภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกของ “ฮู” ครอบคลุมจีนและชาติเอเชียตะวันออกอื่นๆ, หลายๆ ส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ตลอดจนประเทศเกาะในแปซิฟิก
       
       “ถ้าอีโบลาเข้าโจมตีภูมิภาคนี้จริงๆ ผลพวงต่อเนื่องอาจจะใหญ่โตมโหฬาร … เราจะต้องกล้าเผชิญหน้าอย่างเปิดเผยกับความท้าทายต่างๆ ซึ่งภูมิภาคของเรากำลังประสบอยู่ เพื่อที่จะบริหารจัดกับภัยคุมคามนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ชิน กล่าว
       
       โวยลั่นซีดีซีกล่าวโทษพยาบาลเทกซัสที่ติดเชื้ออีโบลา
       ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสหรัฐฯ (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (12 ต.ค.) ว่า ข่าวการติดเชื้ออีโบลาของพยาบาลหญิงในโรงพยาบาลเทกซัส เฮลธ์ เพรสไบทีเรียนในเมืองดัลลัส อาจสร้างความไม่สบายใจให้แก่พยาบาลคนดังกล่าว รวมถึงผู้คนรอบข้างและประชาชนในดัลลัส แต่ต้องขอยืนยันว่า ไวรัสร้ายนี้ไม่ได้ระบาดในชุมชนรอบโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ติดเชื้อรายล่าสุดนี้แต่อย่างใด
       
       ก่อนหน้านั้น โธมัส ฟรายเดน ผู้อำนวยการซีดีซีแถลงว่า การติดเชื้อของพยาบาลในเทกซัส เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยในการรับมืออีโบลา และซีดีซีได้เริ่มการตรวจสอบและค้นหาบุคลากรการแพทย์ที่อาจติดเชื้อนี้รายอื่นๆ แล้ว
       
       อย่างไรก็ตาม แดน วาร์กา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายคลินิกของเทกซัส เฮลธ์ รีซอร์ส ยืนยันว่า พยาบาลที่ติดเชื้อ ซึ่งดูแลโธมัส อิริก ดันแคน ชาวไลบีเรียที่ถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้ออีโบลาหลังจากเดินทางถึงอเมริกาเมื่อเดือนที่แล้วและเสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8) นั้น ปฏิบัติตามข้อควรระวังทั้งหมดของซีดีซี รวมทั้งสวมอุปกรณ์ป้องกันที่กำหนดคือ หน้ากาก เสื้อกาวน์ และถุงมือ
       
       ฌอน โคฟแมน ประธานบีเฮฟวิเออร์-เบส อิมพรูฟเมนต์ โซลูชั่นส์ ในเมืองแอตแลนตา ที่ช่วยฝึกเจ้าหน้าที่การแพทย์ในศูนย์กักกันโรคของมหาวิทยาลัยอิมอรีในแอตแลนตา ก็ออกมาให้ความเห็นว่า อุปกรณ์ป้องกันดังกล่าวเป็นเพียงอุปกรณ์พื้นฐานซึ่งไม่สามารถป้องกันเชื้ออีโบลาในคนไข้ระยะสุดท้ายได้
       
       ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา แถลงว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลควรดำเนินการขั้นตอนเพิ่มเติมทันทีเพื่อให้แน่ใจว่า โรงพยาบาลทั่วประเทศพร้อมปฏิบัติการขั้นตอนความปลอดภัยที่กำหนดขึ้นสำหรับผู้ป่วยอีโบลา
       
       จากเหตุการณ์นี้ เนชันแนล เนิร์สเซส ยูไนเต็ด องค์การพยาบาลใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ได้เรียกร้องอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้ออีโบลา อาทิ ชุดป้องกัน และการฝึกอบรมพิเศษเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับไวรัสนี้
       
       นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญบางคนยังเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณากำหนดโรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่ให้เป็นศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลาโดยเฉพาะ
       
       ข่าวคราวของผู้ติดเชื้อรายล่าสุดนี้ ตอกย้ำความวิตกของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และทำให้อเมริกากังวลมากขึ้นกับอีโบลาที่ยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน และขณะนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 4,000 คน จากผู้ติดเชื้อ 8,399 รายส่วนใหญ่อยู่ใน 3 ประเทศในแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และกินี
       
       ท่าอากาศยานเจเอฟเคในนครนิวยอร์ก เป็นสนามบินแห่งแรกในอเมริกาที่เริ่มใช้มาตรการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากแอฟริกาตะวันตกตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา (11) ด้วยการวัดอุณหภูมิและแจกแบบสอบถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสัมผัสกับเชื้ออีโบลา โดยมาตรการนี้จะขยายผลไปยังสนามบินสำคัญอีก 4 แห่งของอเมริกาในอีกไม่กี่วันนี้
       
       ทางด้านสเปน จุดสนใจยังคงอยู่ที่เทเรซา โรมีโร พยาบาลวัย 44 ปีในมาดริดที่กลายเป็นผู้ติดเชื้ออีโบลานอกแอฟริกาตะวันตกเป็นรายแรก โดยเชื่อกันว่า เธอได้รับเชื้อเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ระหว่างดูแลมิชชันนารีสเปนที่ติดเชื้ออีโบลาขณะอยู่ในแอฟริกา และเสียชีวิตไปแล้วภายหลังกลับมารักษาตัวระยะสุดท้ายที่แดนกระทิงดุ
       
       โรมีโรเผยว่า เธออาจติดเชื้อจากการใช้ถุงมือที่มีเชื้อปนเปื้อนสัมผัสใบหน้าตัวเอง ซึ่งบ่งชี้ช่องโหว่ที่เป็นไปได้ในขั้นตอนความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยอีโบลา อย่างไรก็ดี ล่าสุด หน่วยรับมือวิกฤตอีโบลาที่สเปนจัดตั้งขึ้นภายหลังการติดเชื้อของโรมีโรแสดงความมั่นใจว่า อาการของพยาบาลผู้นี้ดีขึ้นและจะหายจากโรคนี้ในที่สุด
       
       จากกรณีโรมีโร ทำให้คนอื่นๆ อีก 15 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล รวมถึงสามีของโรมีโร ต้องอยู่ภายใต้การติดตามอาการในโรงพยาบาลคาร์ลอสที่ 3 ที่โรมีโรรับการรักษาอยู่
       
       ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่รักษาพยาบาลในไลบีเรีย ประเทศที่อีโบลาระบาดรุนแรงที่สุด นัดหยุดงานในวันจันทร์ เพื่อเรียกร้องค่าตอบแทนพิเศษในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยอีโบลา
       
       ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ระบุว่า เฉพาะในไลบีเรีย มีบุคลากรการแพทย์ 95 รายเสียชีวิตจากไวรัสมรณะนี้ จากที่ติดเชื้อ 201 ราย
       
       ทั้งนี้ ยูเอ็นระบุว่า ความช่วยเหลือในการต่อสู้โรคร้ายนี้ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ต้องการคือ 1,000 ล้านดอลลาร์มาก 
< Previous   Next >