Home arrow News arrow บอสตันผวาอีโบลา สั่งกักเที่ยวบินจากดูไบ 2 ชั่วโมง หลังพบมีไข้ 5 ราย
บอสตันผวาอีโบลา สั่งกักเที่ยวบินจากดูไบ 2 ชั่วโมง หลังพบมีไข้ 5 ราย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 15 ตุลาคม 2014
    เอเอฟพี - ชาวอเมริกันต้องผวาอีกรอบ หลังเจ้าหน้าที่ออกมาระบุเมื่อวันจันทร์ (13 ต.ค.) ว่าพบผู้โดยสารแสดงอาการมีไข้ 5 รายบนเที่ยวบินจากดูไบ ทำให้ต้องกักกันเที่ยวบินนี้เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง เมื่อมาถึงสนามบินในบอสตัน พร้อมทั้งนำตัวคนเหล่านั้นไปสอบสวนโรคในโรงพยาบาลท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ๆ
 นับเป็นครั้งที่สามแล้ว ที่อีโบลาได้สร้างความหวาดผวาให้กับเที่ยวบินโดยสารในสหรัฐฯ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าบรรดาคนที่ถูกนำตัวไปสอบสวนโรคคราวนี้ ในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ ไม่มีใครเดินทางกลับมาจากแอฟริกาตะวันตก
       
       เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของบอสตัน ระบุว่า ทั้ง 5 คนปลอดจากเชื้อไวรัสอีโบลา ปลอดจากกลุ่มอาการโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS) รวมถึงไข้กาฬหลังแอ่น หลังจากที่ได้มีการหารือกันโดยโรงพยาบาลหลายแห่งที่อยู่ในละแวกนั้น
       
       "ผู้ป่วยกลุ่มนี้ ที่เพิ่งมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติโลแกน ไม่อยู่ในเกณฑ์การติดเชื้อใดๆ ที่สาธารณสุขจะต้องให้ความกังวล" หน่วยควบคุมโรคติดต่อของสาธารณสุขบอสตันระบุในคำแถลง 

บอสตันผวาอีโบลา สั่งกักเที่ยวบินจากดูไบ 2 ชั่วโมง หลังพบมีไข้ 5 ราย
        เที่ยวบิน EK 237 ของสายการบินเอมิเรตส์ ได้มาถึงสนามบินโลแกนเมื่อเวลา 14.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังใช้เวลาเดินทาง 14 ชั่วโมง มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
       
       หลังจากเครื่องบินลำนี้ลงจอดบนบนรันเวย์ที่สนามบินโลแกน ก็มีบรรดาเจ้าหน้าที่ซึ่งสวมชุดป้องกัน มานำตัวผู้โดยสารทั้ง 5 คนไปสอบสวนโรค
       
       เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดของสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในแผ่นดินอเมริการายแรก และได้ถูกนำตัวไปดูแลรักษาอยู่ในดัลลัส
       
       สนามบิน 5 แห่งในสหรัฐฯ มีการตั้งจุดตรวจสอบหาเชื้อไวรัสอีโบลา แต่สนามบินโลแกนไม่ใช่หนึ่งในสนามบินเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีเที่ยวบินตรงจากแอฟริกาตะวันตกมาสู่เมืองบอสตัน
       
       เจ้าหน้าที่การแพทย์ในแอฟริกาตะวันตกคือกลุ่มคนที่เผชิญอันตรายอยู่ในแถวหน้า จากเชื้อไวรัสอีโบลาที่กำลังระบาดอย่างรุนแรง ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 4,000 รายในปีนี้ ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตและติดเชื้อจะอยู่ในกินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรียที่โดนหนักกว่าใคร 
< Previous   Next >