Home arrow News arrow ไฟเขียวไทยลงนามกำจัดโรค "คาลาอาซา"
ไฟเขียวไทยลงนามกำจัดโรค "คาลาอาซา" Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 03 กันยายน 2014
คสช.เห็นชอบ สธ.ไทยลงนามความร่วมมือกำจัดโรคคาลาอาซา ร่วมกับ 4 ประเทศเอเชียใต้ กรมควบคุมโรคยันไม่พบในไทย แต่ WHO อยากให้ประเทศสมาชิกช่วยกันขจัดโรคให้หมดไป

   จากกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบและอนุมัติการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขจัดโรคคาลาอาซา(Kala-azar) ให้หมดไปจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายอื่นเป็นผู้ลงนามในบันทึกฯ ร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 5 ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ ภูฎาน อินเดีย เนปาล และไทย ในการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขของประเทศสมาชิกองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 32 ในวันที่ 9 ก.ย. 2557 ณ กรุงธากา สาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยโรคคาลา อาซา ให้เหลือน้อยกว่า 1 คน ต่อประชากร 10,000 คน/ปี ในระดับอำเภอ หรือตำบล ภายในปี พ.ศ.2560 ประกอบด้วย การจัดสรรทรัพยากร การแลกเปลี่ยนข้อมูล การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ การวิจัย การสร้างศักยภาพและการสนับสนุนทางวิชาการ

 

ทั้งนี้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า โรคคาลา อาซา หรือโรคลิชมาเนีย (Leishmaniasis) เป็นโรคติดต่อเรื้อรังจากโปรโตซัวในตระกูลลิชมาเนีย พบได้ทั้งในคนและสัตว์หลายชนิด เช่น สุนัข แมว วัว แกะ หนู เป็นต้น การติดต่อเกิดจากตัว "ริ้นฝอยทราย (sand fly)" ซึ่งเป็นแมลงที่กัดกินเลือดคนและสัตว์เป็นพาหะ โดยเมื่อดูดเลือดคนและสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคลิชมาเนียก็จะแพร่ไปสู่คนอื่นต่อไป โดยอาการจะมีตุ่มเล็กๆ ที่ผิวและแตกออกเป็นแผลกว่า 100 แผล หากรุนแรงก็จะมีอาการไข้เรื้อรัง ซีด น้ำหนักลด ม้าม และตับโต หมดเรี่ยวแรง
       
       “โรคนี้พบมากในแถบตะวันออกกลาง ในไทยแทบไม่ค่อยพบ แต่ละปีจะมีผู้ป่วยเพียง 2-3 รายเท่านั้น แต่ที่เกิดความร่วมมือดังกล่าว เพราะองค์การอนามัยโลก อยากให้ประเทศสมาชิก รวมทั้งไทยช่วยกันขจัดโรคให้หมดไป จึงเกิดเป็นความร่วมมือขึ้น ซึ่งอินเดียเคยเข้ามาคุยกับไทย โดย คร.อยากให้มีความร่วมมือดังกล่าว จึงเสนอโครงการดังกล่าว ซึ่งร่วมมือระหว่าง 5 ประเทศ เนื่องจากพบมากในกลุ่มประเทศนี้” รองอธิบดี คร. กล่าว
       

       พญ.วราภรณ์ ภูมิสวัสดิ์ รองอธิบดี คร. กล่าวว่า โรคนี้เรียกอีกอย่างว่า โรคไข้ดำ ซึ่งเป็นภาษาอินเดีย คนไทยอาจไม่ค่อยรู้จัก แต่จำเป็นต้องร่วมมือกันในการกำจัดโรคให้หมดไป ซึ่งในบางประเทศก็ยังพบ อย่างไรก็ตาม โรคดังกล่าวไม่มีวัคซีนป้องกัน มียาในการรักษา ดังนั้น หากร่วมมือกันป้องกันและรักษาทันท่วงทีก็ไม่น่ากังวล 

< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login