Home arrow News arrow 'เวียด'โล่งอกปล่อย2ผู้สงสัย'อีโบลา'ม็อบ'ไลบีเรีย'โกรธจัดถูก'กักกันโรค'
'เวียด'โล่งอกปล่อย2ผู้สงสัย'อีโบลา'ม็อบ'ไลบีเรีย'โกรธจัดถูก'กักกันโรค' Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 21 สิงหาคม 2014
   เอเจนซีส์ - เกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่กักกันโรคในเมืองหลวงของไลบีเรียเมื่อวันพุธ (20 ส.ค.) หลังทหารยิงกระสุนจริงและแก๊สน้ำตาเข้าใส่ฝูงชน ขณะพยายามอพยพเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งและครอบครัว สำหรับสถานการณ์ในเอเชียนั้น เวียดนามเผยว่า ได้ปล่อยตัวนักเดินทางจากไนจีเรีย 2 คนแล้วหลังจากอาการไข้ของทั้งคู่ทุเลาลง ส่วนพม่ายังคงกักตัวชายท้องถิ่นที่เดินทางมาจากกีนีและมีไข้ เพื่อทดสอบหาเชื้ออีโบลา ล่าสุด แพทย์อเมริกันที่ติดเชื้อและได้รับการรักษาด้วยยาทดลอง อาการดีจนจะสามารถออกจากโรงพยาบาลในวันพฤหัสบดี(21)
 ชาวบ้าน 4 คนได้รับบาดเจ็บระหว่างเหตุปะทะดังกล่าวที่เกิดขึ้นในเขตสลัมเวสต์พอยต์ ของกรุงมอนโรเวีย ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่กักกันโรคตามมาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่ เพื่อควบคุมไวรัสอีโบลาที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในแอฟริกาตะวันตกอย่างน้อย 1,350 คนในปีนี้
       
       ประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟของไลบีเรีย สั่งให้เขตเวสต์พอยต์และเขตโดโลทาวน์ในมอนโรเวียเป็นพื้นที่กักกันโรค และประกาศเคอร์ฟิวส์ห้ามประชาชนออกจากที่พักอาศัยในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการใหม่เพื่อต่อสู้กับอีโบลา
       
       ทั้งนี้ วันเสาร์ที่ผ่านมา (16) ประชาชนจำนวนหนึ่งในเวสต์พอยต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นถืออาวุธ ได้บุกเข้าไปในสถานรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้ออีโบลา ที่ตั้งอยู่ในย่านนั้น และปะทะกับกองกำลังรักษาความปลอดภัย
       
       ไลบีเรีย ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 576 คนและผู้ติดเชื้ออีโบลา 972 คน ถือเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสร้ายนี้มากที่สุดในแอฟริกาตะวันตก
       
       ความหวาดกลัวว่า อีโบลาจะลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินมากมายในภูมิภาคนี้ และรัฐบาลทั่วโลกยกระดับมาตรการคัดกรองนักเดินทางที่มาจากประเทศที่ไวรัสนี้ระบาด
       
       ในวันพุธ เวียดนามเปิดเผยว่า ได้ยกเลิกการกักกันนักเดินทางจากไนจีเรีย 2 คนหลังจากอาการไข้ของทั้งคู่ทุเลาลง ส่วนที่พม่ายังคงกักกันชายชาวพม่าคนหนึ่งที่เดินทางมาจากกีนีและมีไข้ เพื่อทดสอบหาเชื้ออีโบลา
       
       นับจากที่อีโบลาเริ่มระบาดในกีนี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 396 ราย ไวรัสนี้ได้ลุกลามไปยังไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และไนจีเรีย สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้กับบริการสาธารณสุขที่ด้อยประสิทธิภาพและต้องรับมือกับโรคร้ายอื่นๆ เช่น มาเลเรียอยู่แล้ว

'เวียด'โล่งอกปล่อย2ผู้สงสัย'อีโบลา'ม็อบ'ไลบีเรีย'โกรธจัดถูก'กักกันโรค'
เจ้าหน้าที่เวียดนามเข้าเยี่ยมนักศึกษาชาวไนจีเรียที่ถูกกักตัวฐานต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา
       สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนที่เป็นแกนนำต่อสู้กับโรคนี้กลายเป็นเหยื่อสังเวยชีวิตเสียเอง
       
       แพทย์คนหนึ่งที่รักษาผู้ป่วยอีโบลารายแรกในไนจีเรีย เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตเมื่อวันอังคาร (19) ส่งผลให้จำนวนเหยื่ออีโบลาในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกาแห่งนี้เพิ่มเป็น 5 ราย
       
       ทั้งนี้ เดวิด นาบาร์โร ที่ได้รับแต่งตั้งจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ใฟ้เป็นผู้นำการต่อสู้กับอีโบลาทั่วโลก มีกำหนดเริ่มการเยือนแอฟริกาตะวันตกในวันพฤหัสบดี (21) เพื่อหาทางปรับปรุงบริการสาธารณสุขใน 4 ประเทศที่โรคนี้ระบาด
       
       นาบาร์โร แพทย์แถวหน้าจากอังกฤษ เผยว่า จุดสนใจสำคัญจะอยู่ที่การฟื้นภาคสาธารณสุขในประเทศเหล่านี้ ซึ่งหลายประเทศเพิ่งฟื้นจากวิกฤตความขัดแย้งภายในที่ยืดเยื้อมานานหลายปี
       
       ความพยายามในการควบคุมอีโบลายังถูกบ่อนทำลายจากความไม่ไว้ใจแพทย์ต่างชาติของชาวท้องถิ่น และข่าวลือว่า เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เป็นพาหะนำโรคนี้
       
       ผู้นำไลบีเรียยังเตือนว่า พิธีกรรมท้องถิ่น เช่น การฝังศพ ซึ่งผู้เข้าร่วมจะมีการแตะต้องร่างผู้เสียชีวิต และการไม่เชื่อฟังคำเตือนของรัฐบาล เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เชื้อร้ายนี้ลุกลาม
       
       อย่างไรก็ตาม ฟาเดลา ชาอิบ โฆษกองค์การอนามัยโลก (ฮู) ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ เริ่มปรากฏสัญญาณที่ดีในไนจีเรียและกินี กล่าวคือมาตรการป้องกันและการติดตามต้นตอของการติดเชื้อเริ่มสัมฤทธิ์ผล
       
       การระบาดในไนจีเรียสามารถสืบสาวไปถึงชาวต่างชาติเพียงคนเดียวคือ ชาวไลบีเรียอเมริกันที่เสียชีวิตเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมในเมืองลากอส และเหยื่อรายอื่นๆ ในไนจีเรียหลังจากนั้นล้วนเคยสัมผัสโดยตรงกับชายคนนี้
       
       ส่วนที่เซียร์ราลีโอน ที่มีผู้เสียชีวิตจากอีโบลา 374 ราย สามารถสืบสาวถึงต้นตอการระบาดไปถึงหมอสมุนไพรรายหนึ่งในหมู่บ้านทุรกันดารติดกับพรมแดนด้านตะวันออก โดยหญิงคนดังกล่าวอ้างว่า มีพลังวิเศษในการรักษาอีโบลา ทำให้ผู้ป่วยหลายคนจากกินีหลั่งไหลข้ามแดนไปรักษา
       
       ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษาหรือวัคซีนป้องกันอีโบลาที่ติดต่อผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ซึ่งหมายความว่า ผู้ป่วยโรคนี้ต้องได้รับการกักกันตัว
       
       ด้วยความรุนแรงในการแพร่ระบาด ฮูจึงอนุญาตให้นำวัคซีนที่ยังไม่เคยทดสอบกับคน อาทิ ซีแมปป์และวีเอสวี-อีโบฟของแคนาดา ไปรักษาผู้ติดเชื้อ โดยที่ผ่านมา แพทย์สามคนในไลบีเรียตอบสนองการรักษาด้วยซีแมปป์เป็นอย่างดี
       
       ล่าสุด โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอีโมรี ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองแอตแลนตา, สหรัฐฯ ได้ออกคำแถลงในเช้าวันพฤหัสบดี (21) ว่า เคนต์ แบรนต์ลีย์ นายแพทย์ชาวอเมริกันวัย 33 ปี ซึ่งติดเชื้ออีโบลาจากการดูแลคนไข้ในไลบีเรีย และถูกนำมารักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ โดยมีการให้ยาซีแมปป์น้น อาการฟื้นตัวจนกระทั่งจะออกจากโรงพยาบาลได้แล้วในวันดังกล่าว (21)
< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login