Home arrow News arrow อีโบลาระบาดหนักในหมู่เจ้าหน้าที่การแพทย์ หมอ-พยาบาลจีน 8 ราย ถูกกักตัวที่เซียร์ราลีโอน
อีโบลาระบาดหนักในหมู่เจ้าหน้าที่การแพทย์ หมอ-พยาบาลจีน 8 ราย ถูกกักตัวที่เซียร์ราลีโอน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 13 สิงหาคม 2014
 เอเอฟพี - เจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของจีน 8 รายที่เข้าไปดูแลผู้ติดเชื้ออีโบลาในเซียร์ราลีโอน ได้ถูกควบคุมตัวไว้ในพื้นที่กักกันโรคเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขต่างก็กำลังถกเถียงกันในด้านจริยธรรม เกี่ยวกับการใช้ยาที่ยังอยู่ในขั้นของการทดลองไปรักษาไวรัสมรณะชนิดนี้
หลายชาติในแอฟริกาตะวันตกที่กำลังตื่นตระหนกจากการแพร่ระบาดของอีโบลา ต่างก็พากันใช้มาตรการในการควบคุมที่เข้มงวด จนทำให้การขนส่งเกิดความวุ่นวาย สินค้าราคาสูงขึ้น อาหารขาดแคลน
       
       ด้านองค์การอนามัยโลกก็มีการจัดประชุมที่กรุงเจนีวา เพื่อหารือเกี่ยวกับการร่างแนวทางในการใช้ยาที่กำลังอยู่ระหว่างการทดลอง โดยจะมีการนำเสนอผลสรุปการประชุมในวันนี้ (12 ส.ค.)
       
       ส่วนทางไลบีเรียก็ออกมาระบุว่า ได้มีการขอตัวอย่างยาที่กำลังอยู่ระหว่างการทดลองไปแล้ว ซึ่งจะมีตัวแทนของรัฐบาลสหรัฐฯ นำยาเหล่านั้นมามอบให้ไลบีเรียในช่วงปลายสัปดาห์นี้
       
       อีโบลาได้แพร่ระบาดอย่างมากในกลุ่มเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของประเทศกินี ไลบีเรีย และ เซียร์ราลีโอน ที่ขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันและมีระบบสาธารณสุขที่เปราะบาง
       
       เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไลบีเรีย “เจ้า เหยียนโป๋” ระบุว่า มีหมอ 7 คน กับพยาบาล 1 คน ที่มาดูแลผู้ติดเชื้ออีโบลา ถูกกักบริเวณเพื่อควบคุมโรค แต่ไม่มีการชี้แจงว่า พวกเขาเหล่านั้นแสดงอาการของโรคหรือไม่
       
       ยังมีพยาบาลอีก 24 คนในเซียร์ราลีโอน ส่วนใหญ่มาจากโรงพยาบาลของกองทัพในเมืองหลวง ที่ถูกกักตัวเพื่อควบคุมโรคเช่นกัน จากข้อมูลที่เปิดเผยโดยเจ้าและ ซาห์ร โฟเดย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล
       
       โฟเดย์ระบุว่า มีแพทย์อาวุโสรายหนึ่งที่โรงพยาบาลคอนนอต ในเมืองฟรีทาวน์ ก็ติดเชื้ออีโบลา แต่มีการตอบสนองที่ดีต่อการรักษา ขณะที่นักไวรัสวิทยาเพียงรายเดียวของประเทศนี้ ที่ยืนหยัดอยู่ในแถวหน้า ต่อสู้กับการระบาดครั้งนี้ ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนก่อนด้วยฝีมือของอีโบลา

อีโบลาระบาดหนักในหมู่เจ้าหน้าที่การแพทย์ หมอ-พยาบาลจีน 8 ราย ถูกกักตัวที่เซียร์ราลีโอน
       ทางด้านบริษัทยา “แมปป์ ฟาร์มาซูติคอล” ผู้พัฒนายาตัวใหม่ “ซีแมปป์” ที่อยู่ระหว่างการทดลอง ระบุว่า ได้ส่งยาเท่าที่มีอยู่ไปให้กับประเทศในแอฟริกาตะวันตกรายหนึ่ง หลังจากที่ได้รับคำขอมาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ยาตัวนี้หมดสต๊อกแล้ว
       
       คำแถลงของบริษัทยาเอกชนรายนี้ ระบุว่า การตัดสินใจใดๆ ในการใช้ยาซีแมปป์ ต้องขึ้นอยู่กับทีมแพทย์ที่รักษาผู้ติดเชื้อเอง โดยยาที่ให้ไปคราวนี้ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆ
       
       บริษัทยาดังกล่าวไม่ได้เปิดเผยว่าประเทศใดที่ได้รับยาเหล่านี้ และยาที่ส่งไปนั้นมีจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ตาม ทางการไลบีเรียบอกว่าได้ขอตัวอย่างยาตัวใหม่นี้ไปแล้ว ซึ่งตัวแทนรัฐบาลสหรัฐฯ จะนำมามอบให้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
       
       “ทางทำเนียบขาวและองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ได้อนุมัติคำขอสำหรับตัวอย่างยาที่กำลังทดลองอยู่ เพื่อนำมารักษาบรรดาแพทย์ชาวไลบีเรียที่กำลังติดเชื้อไวรัสอีโบลาอยู่ในขณะนี้” ทำเนียบประธานาธิบดีไลบีเรีย ระบุ
       
       ทั้งนี้ “ซีแมปป์” เป็นยาตัวใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดลองขั้นต้นๆ โดยมีการนำไปใช้กับผู้ติดเชื้อชาวอเมริกัน 2 รายและบาทหลวงชาวสเปนอีก 1 รายไปแล้วก่อนหน้านี้
       
       สำหรับไลบีเรีย ประเทศที่อีโบลาได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 370 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 ส.ค.) จังหวัดโลฟาได้กลายเป็นจังหวัดที่สามของประเทศนี้ ที่ถูกสั่งให้เป็นพื้นที่กักกันโรค หลังจากที่บอมบาและแกรนด์เคปเมาต์ เจอมาตรการแบบเดียวกันไปก่อนแล้ว
       
       “นับแต่นี้ไป ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปในโลฟา และก็จะไม่มีใครออกมาจากที่นั่นได้ด้วย เพราะเราต้องการจะปกป้องอีกหลายพื้นที่ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบ” ประธานาธิบดี เอเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ กล่าว
       
       เซอร์ลีฟยังได้ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมกับสั่งให้พวกที่ยังอยู่นอกประเทศรีบกลับมาภายใน 1 สัปดาห์
       
       ชาติอื่นๆ ได้กำหนดมาตรการฉุกเฉินหลายอย่าง เพื่อป้องกันการระบาดของอีโบลา อาทิ การห้ามเที่ยวบินเข้าออกหรือการตรวจคัดกรองผู้โดยสารในสนามบิน ซึ่งประเทศล่าสุดที่ดำเนินการลักษณะนี้คือ โกตดิวัวร์ (ไอวอรีโคสต์) ที่ประกาศเมื่อวันจันทร์ (11 ส.ค.) ห้ามทุกเที่ยวบินจาก 3 ประเทศที่อีโบลากำลังระบาดหนัก
       
       โกตดิวัวร์ ยังระบุไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนด้วยว่า ได้ส่งตัวชาวไลบีเรียประมาณ 100 ราย ที่พยายามจะหนีข้ามชายแดนเข้าสู่โกตดิวัวร์ กลับคืนสู่ประเทศบ้านเกิด โดยไม่มีรายงานว่าคนเหล่านั้นติดเชื้ออีโบลา
       
       ด้านประเทศไนเจอร์ ที่ยังไม่มีการยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อ ก็มีการใช้แผนฉุกเฉินเพื่อฝึกฝนเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์เพื่อรับมืออีโบลา พร้อมเพิ่มการตรวจสอบบริเวณชายแดน สนามบินและสถานีขนส่งต่างๆ ขณะที่ประเทศโตโกก็เพิ่มมาตรการตรวจสอบสุขภาพด้วยเช่นกัน
< Previous   Next >