Home arrow News arrow "โรคพิษสุนัขบ้า" ระบาด!หนัก กักหมาแมวหวั่นแพร่เชื้อ"
"โรคพิษสุนัขบ้า" ระบาด!หนัก กักหมาแมวหวั่นแพร่เชื้อ" Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 06 มิถุนายน 2014

ที่มา http://www.nationtv.tv/main/content/social/378409794/ 

 

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่บ้านสองพี่น้อง ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อควบคุมโรคพิสุนัขบ้า และกำจัดซากสุนัขที่ป่วยตายซึ่งคาดว่าจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีสุนัขติดเชื้อแล้ว 4 ตัว และต้องทำการตรวจสอบอีกจำนวนมาก

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อ.เชียงของ ได้ประกาศให้หมู่บ้านดังกล่าวเป็นเขตควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า โดยห้ามนำสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยง เข้า ออก หมู่บ้านโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย โดยในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำลายสุนัขไปแล้วจำนวน 57 ตัว ซึ่งเสี่ยงที่จะติดเชื้อ และพบว่ามีติดเชื้อพิษสุนัขบ้าจำนวน 4 ตัว จาก ในหมู่บ้านทั้งหมดกว่า 200 ตัว พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้แพร่ระบาดไปยังพื้นที่ใกล้เคียง

นายวันชัย ออสุข ปศุสัตว์อำเภอเชียงของ กล่าวว่า เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีเด็กอายุ 3 ขวบ ถูกสุนัขจรจัดในหมู่บ้านกัดที่หน้าอกซ้ายจึงนำตรวจและให้วัคซีนที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ เนื่องจากสุนัขตัวดังกล่าวมีลักษณะคล้ายเป็นโรคพิษสุนัขบ้า จึงมีการกักตัวไว้จากนั้นจึงฆ่าทิ้งนำซากฝังกลบและส่งหัวผ่าพิสูจน์ ต่อมารับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่ามีลูกสุนัขในหมู่บ้านถูกสุนัขจรจัดตัวดังกล่าว กัดอีก 3 ตัว จึงทำลายทิ้งและส่งหัวผ่าพิสูจน์ พบว่ามีเชื้อพิษสุนัขบ้าทั้งหมด ซึ่งทางสำนักงานปศุสัตว์เชียงราย จึงออกประกาศเขตกำหนดโรคระบาดชั่วคราว เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 57 ให้พื้นที่บ้านสองพี่น้อง หมู่ 5 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคพิษสุนัขบ้า?
 ซึ่งทางอำเภอเชียงของได้ตั้งวอร์รูมเพื่อเข้าดำเนินการควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาด และการทำลายสุนัขที่สงสัยได้รับพิษสุนัขบ้าจำนวน 57 ตัว และส่งหัวสุนัขตรวจ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล ส่วนที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านอีกกว่า 200 ตัว ซึ่งได้กำชับให้ชาวบ้านมัดหรือขังไว้อย่างแน่นหนา รวมทั้งประสานสาธารณสุขออกฉีดวัคซีนให้กับชาวบ้านและรณรงค์ให้ความรู้ถึงอันตรายของโรคพิษสุนัขบ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ได้จัดทีมออกฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทั่วหมู่บ้านและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง?
 ?หากผลการตรวจซากสุนัข 57 ตัว พบเชื้อพิษสุนัขบ้า ทางปศุสัตว์คงต้องต่อประกาศเขตควบคุมและขยายเพิ่มเติมไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง และเพิ่มมาตรการป้องกันและทำลายสัตว์เลี้ยงที่เหลือ ทั้งนี้ขอชาวบ้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย? ? ปศุสัตว์อำเภอเชียงของ กล่าว
 ด้าน นพ.สมปรารถน์ หมั่นจิตต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ กล่าวว่า ขณะยังไม่พบผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าที่มีการระบาดในพื้นที่ตำบลริมโขงเข้ามารับการรักษาเพิ่ม มีเพียงเฉพาะผู้ป่วยที่ถูกสุนัขกัดครั้งแรกที่มีการตรวจพบ ซึ่งทางโรงพยาบาลฯได้ให้วัคซีนไปแล้ว 3 เข็มและดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ได้กลับไปพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้ประสานทีมสาธารณสุขอำเภอได้ลงพื้นที่ให้วัคซีนกับกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งออกให้ความรู้รณรงค์การดูแลป้องกัน เฝ้าระวังทั้งสุนัขและกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถดูแลควบคุมร่วมกับทางปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
 สำหรับการพบเชื้อพิษสุนัขบ้าในพื้นที่อำเภอเชียงของ ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ที่มีการตรวจพบ และเป็นครั้งที่ 2 ที่พบในจังหวัดเชียงรายหลังจากเมื่อปลายปีที่แล้วพบที่อำเภอเวียงแก่น ทำให้ประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคระบาดสัตว์พิษสุนัขบ้า สำหรับที่ ต.ริมโขง อ.เชียงของจังหวัดเชียงราย ทางปศุสัตว์อำเภอเชียงของ ได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่โรคระบาดโดยมีข้อความในประกาศว่า "เนื่องด้วยปรากฏว่าในพื้นที่บ้านสองพี่น้อง หมู่ 5 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้มีสุนัขเกิดโรคระบาดสัตว์ ชนิดโรคพิษสุนัขบ้า(Rabies) ซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรง อาจระบาดติดต่อกับคน สุนัข แมวและสัตว์อื่นๆได้  
 ฉะนั้นอาศัยตามอำนาจตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2542 จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่าท้องที่ภายในบริเวณดังต่อไปนี้ คือ บ้านสองพี่น้อง หมู่ 5 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ไปทางทิศเหนือ จรดบ้านผากุบ บ้านดอน หมู่ที่ 3 ไปทางทิศใต้ จรดบ้านกิ่วกาญจน์ ม.6 ทิศตะวันออกจรดแม่น้ำโขงและบ้านเมืองกาญจน์ ม.2 และทิศตะวันตกจรดบ้านหาดบ้าย ม. 6 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เป็นเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคพิษสุนัขบ้าตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ถึงวันที่ 13 มิถุนายน 2557?
 ทั้งนี้เจ้าของสัตว์ดังกล่าวต้องปฏิบัติตามคำสั่งของสัตวแพทย์ทุกประการ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัตินี้ต้องระวางดทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
< Previous   Next >