Home arrow News arrow เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดล
เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดล Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 27 มีนาคม 2014
  รอยเตอร์/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - หลายประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก เร่งหาทางรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “อีโบลา” ที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 62 รายในประเทศกินี ท่ามกลางความหวั่นวิตกว่าเชื้อมรณะได้แพร่กระจายเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเซียร์รา ลีโอนและไลบีเรียแล้ว ขณะที่รัฐบาลกินีออกคำสั่งให้ประชาชนเลิกบริโภค “ค้างคาว” เป็นการชั่วคราว หวั่นเป็นต้นตอการระบาด
 รัฐบาลกินีออกคำแถลงที่ระบุว่า กำลังหามาตรการที่เหมาะสมในการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะอีโบลาที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 62 คน โดยขณะนี้มีการออกคำแนะนำให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่แถบตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ที่เป็นศูนย์กลางของการระบาด ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีผู้คนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เช่น ตลาด แม้มาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาสินค้าขยับสูงขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการขนส่งสินค้าไม่กล้าเดินทางเข้าไปส่งของในพื้นที่ที่พบการระบาด จนสินค้าหลายชนิดเริ่มขาดแคลน
       
       ด้านกระทรวงสาธารณสุขกินีออกคำสั่งห้ามการจำหน่ายและการบริโภค “ค้างคาว” สายพันธุ์ต่างๆ เป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้ออีโบลาระบาดลุกลามหนักข้อขึ้น แม้อาหารที่ใช้เนื้อและชิ้นส่วนต่างๆ ของค้างคาวจะถือเป็น “เมนูยอดนิยม” ของชาวกินี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ
       
       มาตรการแบนการขายและการบริโภคค้างคาว ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของรัฐบาลกินี ในการรับมือกับเชื้อมรณะอีโบลา ซึ่งคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อในอัตราที่สูงถึงร้อยละ 90 และยังไม่มีหนทางในการรักษา รวมถึงไม่มีวัคซีน ขณะที่ผู้ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตภายในเวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้นนับจากที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย
       
       ด้านรัฐบาลไลบีเรีย ยืนยันพบผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลาในประเทศของตนแล้วอย่างน้อย 8 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ 5 รายเสียชีวิตแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เพิ่งเดินทางข้ามพรมแดนมาจากกินี ประเทศที่เป็นต้นตอการระบาด
       
       ส่วนรัฐบาลของเซียร์รา ลีโอนได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อหาทางรับมือกับการระบาดของอีโบลา หลังจากเด็กชายวัย 14 ปีรายหนึ่งเสียชีวิตกะทันหัน หลังเดินทางไปร่วมพิธีศพของผู้ที่ต้องสงสัยว่าเสียชีวิตเพราะติดเชื้ออีโบลารายหนึ่ง
       
       ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า การระบาดของเชื้ออีโบลาที่มีศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของกินีในครั้งนี้ ถือเป็นการระบาดครั้งแรกที่เกิดขึ้นในภูมิภาค “แอฟริกาตะวันตก”
       
       นอกจากนั้น คำแถลงขององค์การอนามัยโลกที่มีการเผยแพร่จากนครเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ในวันอังคาร (25) ยังระบุว่า ขณะนี้มีพลเมืองของแคนาดารายหนึ่งในแคว้น “ซัสแคตเชวัน” ล้มป่วยและต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลา หลังจากเพิ่งเดินทางไปท่องเที่ยวในแอฟริกาตะวันตก
       
       ด้านรัฐบาลไอวอรีโคสต์ และมาลี ประกาศคุมเข้มการเดินทางข้ามชายแดนอย่างใกล้ชิด พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนงดเว้นการบริโภค “เนื้อสัตว์ป่า” และประกาศพร้อมให้ความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา

เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดลุกลาม
       

เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดลุกลาม
       

เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดลุกลาม
       

เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดลุกลาม
       

เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดลุกลาม
       

เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดลุกลาม
       

เหยื่อไวรัสมรณะ “อีโบลา” เพิ่มเป็นอย่างน้อย 62 ศพ รัฐบาลกินีสั่งห้ามปชช.กิน “ค้างคาว” หวั่นการระบาดลุกลาม


< Previous   Next >