Home arrow News arrow อันตราย! หวัด 2009 ระบาดหนัก ไม่ถึง 3 เดือนป่วยพุ่ง 16,000 ตาย 9
อันตราย! หวัด 2009 ระบาดหนัก ไม่ถึง 3 เดือนป่วยพุ่ง 16,000 ตาย 9 Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 20 มีนาคม 2014
   สธ.ยันป่วยไข้หวัดตาย 2 ราย ที่นครศรีธรรมราชไม่ใช่ไข้หวัดนก แต่เป็นหวัด 2009 ยอมรับน่าเป็นห่วง เหตุปีนี้ระบาดสูงขึ้น ไม่ถึง 3 เดือน พบผู้ป่วยทั่วประเทศกว่า 16,000 ราย ตาย 9 ราย ขณะที่ปีที่แล้วป่วย 4.3 หมื่นราย ไร้ผู้เสียชีวิต สั่งทุกจังหวัดเข้ม 4 มาตรการป้องกันและรักษา ให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัย พักงานหรือหยุดเรียนเมื่อป่วยเป็นหวัด ล้างมือบ่อยๆ และให้ยาโอเซลทามิเวียร์ตามแนวทางการรักษา   วันนี้ (18 มี.ค.) นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เสียชีวิต 2 ราย ที่ จ.นครศรีธรรมราช และ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชรับผู้ป่วยไข้หวัดไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล 12 ราย ว่า จากผลการตรวจวิเคราะห์เชื้ออย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการพบว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ H1N1 ซึ่งเป็นไข้หวัดประจำฤดูกาล ไม่ใช่ไข้หวัดนกแต่อย่างใด และจากการประสานเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในพื้นที่ ได้ตรวจสอบไปยัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชแล้ว พบว่า ขณะนี้โรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ H1N1 รักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 4 รายเท่านั้น โดย 2 ราย อาการหายดีกลับบ้านแล้ว ทั้งนี้ โรคที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล มีแนวโน้มพบผู้ป่วยมากขึ้น เนื่องจากติดต่อกันง่ายผ่านระบบทางเดินหายใจ และประชาชนยังขาดการป้องกันตนเอง จากการติดตามของ สธ.ไม่พบเชื้อกลายพันธุ์ ในปี 2557 ตั้งแต่ ม.ค. - มี.ค.พบผู้ป่วยทั่วประเทศ 16,065 ราย เสียชีวิต 9 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานและผู้สูงอายุ ขณะที่ปี 2556 พบผู้ป่วย 43,791 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
       
        นพ.ณรงค์ กล่าวว่า ได้สั่งกำชับให้ทุกจังหวัดเข้ม 4 มาตรการป้องกันและรักษา ได้แก่ 1.รณรงค์ประชาชนล้างมือบ่อยๆ ซึ่งให้ผลดีมากป้องกันได้ทั้งไข้หวัดใหญ่และท้องเสีย 2.เมื่อป่วยให้ใส่หน้ากากอนามัย 3.ให้หยุดงานหรือหยุดเรียนเมื่อป่วย และ 4.ให้แพทย์ให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ตามแนวทางการรักษาอย่างเคร่งครัด เชื้อยังไม่มีการดื้อยา ขณะนี้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งสำรองยาไว้อย่างเพียงพอและให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ผลิตยานี้เพิ่มอีกจำนวน 3.5 ล้านแคปซูล ในสัปดาห์หน้า และให้โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัยไข้หวัดใหญ่เพิ่มมากผิดปกติให้จัดจุดตรวจให้บริการแบบเบ็ดเสร็จแยกผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจจากผู้ป่วยอื่นและแจกหน้ากากอนามัยทุกราย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ผู้ป่วยอื่น พร้อมทั้งให้กรมการแพทย์ตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและปอดจาก สธ.และมหาวิทยาลัยให้คำปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษากรณีที่พบผู้ป่วยมีอาการหนัก
       
        ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ได้ให้สำนักควบคุมโรคทั้ง 12 เขต ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่ไปรับการรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกในโรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อตรวจจับสัญญาณผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและปรับระบบบริการให้เหมาะสม และจัดให้มีการประชุมผู้เชี่ยวชาญทุกสัปดาห์ ประเมินสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศ และให้ทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ควบคุมโรคทันทีหากพบผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่
       
        “ขอย้ำเตือนประชาชนที่ที่มีอาการป่วย ได้แก่ ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ ขอให้นึกถึงไข้หวัดใหญ่ ขอให้หยุดงานหรือหยุดเรียน ผู้ใหญ่ควรใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู้ผู้อื่นโดยเฉพาะเด็กๆ หรือลูกหลานที่อยู่ในบ้าน หากไม่ดีขึ้นใน 2 วันให้รีบพบแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากอันตรายของโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคทางเดินหายใจอุดตัน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ให้พบแพทย์ทันที” อธิบดี คร. กล่าว
       
       นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดี คร. กล่าวว่า ปัญหาความเข้าใจสับสนของเชื้อไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดนกนั้น คร.กำลังระหว่างเสนอปลัด สธ.ลงนามออกประกาศภายในสัปดาห์นี้ เพื่อแจ้งไปยัง สสจ.ทั่วประเทศ ให้ระมัดระวังในการสื่อสาร เนื่องจากหากพูดสั้นๆ เพียง H1N1 อาจเกิดความไม่เข้าใจ ควรพูดให้ชัดเจนว่าเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
       
< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login