Home arrow News arrow “โกฐจุฬา” สมุนไพรสกัดต้านไข้เลือดออก ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันลดป่วยได้กว่า 80%
“โกฐจุฬา” สมุนไพรสกัดต้านไข้เลือดออก ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันลดป่วยได้กว่า 80% Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 17 มีนาคม 2014
กรมการแพทย์แผนไทยนำเข้าสารสกัดจาก “โกฐจุฬา” สมุนไพรต้านไข้เลือดออกทุกชนิด แถมราคาถูก เผยผลทดลองใช้ลดป่วยได้กว่าร้อยละ 80 เตรียมเสนอ คร.ปรับแผนป้องกันโรค

“โกฐจุฬา” สมุนไพรสกัดต้านไข้เลือดออก ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันลดป่วยได้กว่า 80%
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต


   นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐศิริพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมฯ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลในส่วนภูมิภาคต่างๆ ในการนำวิธีสกัดไข้เลือดออกที่เรียกว่า “โฮมิโอพาธีย์” ซึ่งสกัดจากสมุนไพรชนิดหนึ่ง คือ “โกฐจุฬา” ที่พบได้ทุกภาคในประเทศไทย นำมาสกัดเป็นสารและผสมกับน้ำรับประทาน ปัญหาคือ ไทยยังสกัดไม่ได้ จึงต้องนำเข้าจากอินเดีย โดยสารชนิดนี้มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันทำงานคล้ายๆ วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยกรมฯได้ทดลองในภูมิภาคต่างๆ คือ ภาคเหนือ มี จ.เชียงใหม่ และ จ.พิษณุโลก ภาคใต้ มีพังงา สตูล และภาคกลาง คือ จ.สิงห์บุรี โดยทั้งหมดได้ทดลองให้เด็กนักเรียนดื่ม ปรากฏว่าหมู่บ้านที่ดื่มน้ำสมุนไพรชนิดนี้ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดการป่วยไข้เลือดออกได้มากกว่าหมู่บ้านที่ไม่ได้รับประทานเกินร้อยละ 50-80 ด้วยเหตุนี้จึงเข้าหารือกับกรมควบคุมโรค (คร.) ในการสนับสนุนเรื่องนี้ ซึ่งคาดว่าผลการทดลองจะออกมาอย่างเป็นทางการภายใน 1 ปีนับจากนี้ และจะเสนอให้คร.เพื่อนำไปเป็นแผนป้องกันโรคต่อไป
       
        นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สารสกัดจากโกฐจุฬา พบว่าไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เนื่องจากเดิมต้นโกฐจุฬา มีฤทธิ์ต้านไข้หวัดอยู่แล้ว และเมื่อนำมาสกัดเป็นสารเพื่อนำมาผสมกับน้ำในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ยิ่งช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคดังกล่าวได้ ที่สำคัญป้องกันเชื้อไข้เลือดออกได้ทั้งหมด ทั้งเด็งกี่ 1 เด็งกี่ 2 เด็งกี่ 3 และเด็งกี่ 4 จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกยังไม่มี จึงเป็นอีกวิธีในการป้องกันโรค และยังมีราคาถูก โดยเมื่อสกัดเป็นสารในปริมาณขวดละ 120 ซีซี ตกราคาประมาณ 800 บาท ใช้ได้สำหรับประชาชน 200,000 คน โดยการรับประทานนั้น ทานสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้ทานทุกปี ปีละครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ในประเทศอินเดียมีการศึกษาและใช้มานานกว่า 10 ปี
< Previous   Next >

หมอดื้อ

Login