Home arrow News arrow ฝันกำลังเป็นจริง นักวิทยาศาสตร์มะกันใกล้พบวัคซีนรักษาเอดส์
ฝันกำลังเป็นจริง นักวิทยาศาสตร์มะกันใกล้พบวัคซีนรักษาเอดส์ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 18 กันยายน 2013
ยิ่งนับวันก็ยิ่งเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น หลังวงการแพทย์สหรัฐฯ ค้นพบวัคซีนที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่องในลิง (SIV) ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นไวรัสที่คล้ายคลึงกับโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องของมนุษย์ (HIV) และอ้างอิงตามสมมติฐานว่าเชื้อมีที่มาจากลิง โดยผลงานชิ้นนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวัคซีนและยีนบำบัด โดยมหาวิทยาลัยสุขภาพและวิทยาศาสตร์โอเรกอนของสหรัฐฯ
       
     หัวหน้านักวิจัย “หลุยส์ พิกเกอร์” เปิดเผยว่า แม้ช่วงเวลาที่ผ่านมาจะไม่มีข่าวการทดลองวัคซีนต้านเอดส์ที่ประสบความสำเร็จให้เห็น แต่งานวิจัยครั้งนี้พบว่า ลิง 9 ตัวจากทั้งหมด 16 ตัวในการทดลองไม่มีเชื้อไวรัส SIV หลงเหลืออยู่เลย หลังได้รับวัคซีนที่คิดค้นขึ้น
       
       ในขั้นแรก ทีมวิจัยได้ผลิตวัคซีนขึ้นจากเชื้อ Cytomegalovirus (CMV) ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูลโรคผิวหนังพุพอง เช่น เริม จากนั้นก็นำวัคซีนนี้ไปฉีดให้แก่ลิง ก่อนจะฉีดเชื้อไวรัส SIVmac239 ซึ่งร้ายแรงกว่าเชื้อ HIV ถึง 100 เท่าในภายหลัง ซึ่งตามปกติลิงที่ติดเชื้อ SIVmac23 นั้นจะตายภายใน 2 ปี ภายหลังจากนั้น ทีมวิจัยพบว่า ระยะแรกเชื้อ SIV จะเริ่มก่อตัวและแพร่กระจาย แต่จากนั้นร่างกายของลิงจะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะวัคซีนเข้าไปกระตุ้นให้ต่อต้านกับโมเลกุลของ SIV และทำลายเชื้อไวรัสจนหมดในที่สุดในเวลาปีครึ่งถึงสามปี
       
       ผลวิจัยอันแสดงถึงอีกหนึ่งความก้าวหน้าที่จะพบวัคซีนรักษาโรคเอดส์ในไม่ช้านี้ กำลังถูกสานต่อโดยทีมวิจัยชุดเดิมด้วยการทดลองว่า วัคซีนจะยังใช้ได้ผลหรือไม่หากเชื้อ SIV แพร่กระจายไปก่อนแล้ว และค้นหาว่าทำไมการทดลองถึงล้มเหลวในลิงจำนวนเกือบครึ่งหนึ่ง ก่อนจะทดลองพัฒนาวัคซีนด้วยเทคนิคเดียวกันนี้ในมนุษย์ต่อไป
       
       อนึ่ง ผลงานการทดวิจัยชิ้นนี้แสดงถึงความเป็นไปได้ของการฆ่าเชื้อโรคที่ยังไม่มียาขนานใดรักษาให้หายขาด โดยด็อกเตอร์ แอนดรูว์ ฟรีดแมน จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ กล่าวว่า การทดลองเผยให้เห็นถึงหนทางรักษาโรคเอดส์ที่เป็นไปได้อย่างมาก แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อในขั้นต้น แต่ก็สามารถฆ่าเชื้อได้ในเวลาต่อมา โดยไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรังหากการทดลองยังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และผ่านขั้นตอนของการอนุญาตจากทางการสหรัฐ คงมีความหวังที่โลกจะได้เห็นการทดลองครั้งสำคัญในอีก 2 ปีข้างหน้าแน่นอน
< Previous   Next >