Home arrow News arrow สธ.เตือน ปชช.“เห็ดป่าพิษ” พบป่วย-ตาย 649 ราย
สธ.เตือน ปชช.“เห็ดป่าพิษ” พบป่วย-ตาย 649 ราย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 24 กรกฎาคม 2013
สธ.เตือน ปชช.ระวังเห็ดพิษ พบผู้ป่วยและเสียชีวิตมากที่สุด 649 ราย ชี้ไม่ควรกินเห็ดป่าแกล้มเหล้า เตือนผู้ป่วยโรคตับและโรคไตไม่ควรกิน เพราะสังเกตอาการยาก

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
  นพ.ณรงค์  สหเมธาพัฒน์  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวว่า มีความเป็นห่วงประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่นิยมบริโภคเห็ดป่า ซึ่งเห็ดจะขึ้นชุกมากในฤดูฝนทุกปี เห็ดที่ขึ้นตามธรรมชาติในป่า มีทั้งชนิดกินได้ และบางชนิดเป็นเห็ดมีพิษ แต่มีลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดที่กินได้ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้บ่อย และนำมารับประทานจนเกิดอันตรายถึงชีวิต แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่างๆ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังพบปัญหาทุกปี และในปี 2556 นี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 17 กรกฎาคม สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานทั่วประเทศมีผู้ป่วยรับประทานเห็ดพิษ เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 649 ราย อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากอันดับ 1 จำนวน 328 ราย รองลงมาคือภาคเหนือ 213 ราย ภาคกลาง 67 ราย และภาคใต้ 41 ราย เสียชีวิต 3 ราย ทั้ง 3 รายอยู่ในจังหวัดตาก ยอดเพิ่มสูงมากในเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน พบร้อยละ 70 ของผู้ป่วยทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อุบลราชธานี 103 ราย เชียงราย 102 ราย ศรีสะเกษ 43 ราย นครพนม 39 ราย และเลย 32 ราย
       
       นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนหาสาเหตุของการป่วยและเสียชีวิต พบว่าเห็ดที่ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตนำมากิน เป็นเห็ดป่าที่มีพิษ ที่พบบ่อยที่สุดคือ เห็ดไข่หิน และเห็ดระโงกหิน เห็ด 2 ชนิดนี้ อยู่ในกลุ่มเดียวกับเห็ดไข่ห่านที่นิยมกินในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเห็ดที่มีพิษ 2 ชนิด ชาวบ้านจะเรียกว่าเห็ดระโงกหิน จะมีลักษณะดอก สี โดยทั่วไปจะเหมือนเห็ดที่ชาวบ้านรู้จักและกินได้ แต่ในขณะที่เห็ดยังเป็นดอกอ่อน ดอกตูม ซึ่งจะมีลักษณะเป็นก้อนกลมรีคล้ายไข่จะเหมือนกันมาก ดังนั้นจึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการกินเห็ดระโงกที่ยังเป็นดอกอ่อน ดอกตูม หรือขณะยังเป็นก้อนกลมรีคล้ายไข่ เพราะแยกได้ยากว่าเป็นเห็ดพิษหรือไม่มีพิษ และวิธีป้องกันอันตรายจากเห็ดพิษที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดป่าหรือเห็ดที่ไม่คุ้นเคยไม่รู้จักทุกชนิด
       
       ทางด้านนพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา  กล่าวว่า สารพิษที่อยู่ในกลุ่มเห็ดระโงกหิน เห็ดไข่ห่าน มีพิษรุนแรงมากที่สุดคือ อะมาท็อกซิน และฟาโลท็อกซิน ความร้อนไม่สามารถทำลายพิษได้ หลังรับประทานอาการจะมีมากน้อย เร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับปริมาณที่รับประทานเข้าไป ส่วนใหญ่แสดงอาการหลังรับประทานแล้วประมาณ 6-12 ชั่วโมง เร็วที่สุดคือภายใน 2-3 ชั่วโมง ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ ทําให้พิษถูกดูดซึมไปจากทางเดินอาหารเกือบหมด ในรายที่รุนแรงอาจเสียชีวิตจากตับหรือไตวาย ภายใน 4-16 วัน ที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษและมีอาการรุนแรงพบว่า ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษของเห็ดกระจายไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้น
       
       “ผู้ที่ไม่ควรรับประทานเห็ดป่า คือผู้ที่สุขภาพไม่ค่อยดีหรือมีโรคประจําตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับและโรคไต เนื่องจากเมื่อรับประทานเห็ดแล้ว หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลว หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือร่วมกัน จะไม่สามารถแยกได้ออกว่าเป็นอาการที่เกิดจากโรคกำเริบหรือเกิดจากพิษเห็ด และประการสำคัญเมื่อเกิดอาการแล้ว ไม่ควรซื้อยามากินเองหรือไปรักษากับหมอพื้นบ้าน ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล และเล่าประวัติการกินเห็ดทั้งชนิดและปริมาณให้แพทย์ทราบโดยละเอียด เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป” นพ.ภาสกร กล่าว
       
       นพ.ภาสกร กล่าวต่อว่า วิธีการทดสอบเห็ดพิษตามแบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่ประชาชนมักปฏิบัติสืบต่อกันมา เพื่อแยกชนิดระหว่างเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษ เช่น การนำเห็ดไปต้มพร้อมกับข้าวสาร แล้วข้าวสารไม่ดำ หรือต้มเห็ดพร้อมกับช้อนเงิน แล้วช้อนเงินไม่เปลี่ยนสี ไม่สามารถนํามาใช้ทดสอบกับเห็ดป่ากลุ่มเห็ดระโงกหินได้ รวมทั้งการเก็บเห็ดที่เกิดในที่เดิมๆ ที่เคยเก็บมากิน หรือเห็ดที่มีรอยแมลงกัดกิน ก็ไม่ได้แสดงว่าปลอดภัย
       ทั้งนี้ ลักษณะภายนอกของเห็ดพิษ ที่สังเกตได้เบื้องต้นดังนี้ ส่วนใหญ่มักเจริญงอกงามในป่า มีก้านสูงลำต้นไม่พองออก โดยเฉพาะที่ฐาน กับที่วงแหวน เห็นชัดเจน สีผิวของหมวก มีหลายสี เช่น สีน้ำมะนาวถึงสีส้ม สีขาวถึงสีเหลือง ผิวของหมวกเห็ด ส่วนมากมีเยื่อหุ้มดอกเหลืออยู่ ในลักษณะที่ดึงออกได้หรือเป็นสะเก็ดติดอยู่ ครีบเห็ดแยกออกจากกันชัดเจน มักมีสีขาว บางชนิดสีแดง หรือสีเขียวอมเหลือง หากประชาชนมีอาการป่วยหลังกินเห็ดพิษ วิธีการช่วยชีวิตเบื้องต้นขอให้ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้มากที่สุด เพื่อให้พิษออกจากร่างกายมากที่สุด และรีบนำส่งโรงพยาบาล
< Previous   Next >