Home arrow News arrow 'ตอลิบาน'ห้ามรับ'วัคซีนโปลิโอ'ทำให้เด็กเป็น'อัมพาต'
'ตอลิบาน'ห้ามรับ'วัคซีนโปลิโอ'ทำให้เด็กเป็น'อัมพาต' Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 19 กรกฎาคม 2013
   คนไข้โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เจ็บป่วยด้วยโรคโปลิโอกำลังพุ่งพรวดขึ้นไปอย่างชัดเจน ในพื้นที่ต่างๆ ของปากีสถานซึ่งตกอยู่ใต้การปกครองของพวกตอลิบาน เนื่องจากคณะผู้นำของกลุ่มอิสลามิสต์ถืออาวุธเหล่านี้ได้สั่งห้ามไม่ให้รับวัคซีนป้องกันโรคร้ายนี้ ภายหลังที่มีการกล่าวอ้างแพร่สะพัดออกไปว่า การให้วัคซีนเป็นแผนการร้ายของสหรัฐฯซึ่งมุ่งหมายทำให้ประชากรชาวมุสลิมกลายเป็นหมัน จากการที่เด็กๆ หลายร้อยคนต้องกลายเป็นอัมพาตพิกลพิการเนื่องจากเชื้อไวรัสโปลิโอ และอีกหลายแสนคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง พวกพ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่ซึ่งมีโรคร้ายนี้ระบาดอยู่จึงกำลังเรียกกลุ่มตอลิบานว่าเป็น “ศัตรูร้ายของเด็กๆ”
    เปชาวาร์, ปากีสถาน – มูฮัมหมัด จิฮัด ( Muhammad Jihad) เด็กชายน้อยๆ วัย 4 ขวบ ต้องกลายเป็นอัมพาตพิกลพิการหลังจากล้มป่วย พ่อแม่ของเขาทราบดีว่าใครกันที่สมควรจะต้องประณามสาปแช่ง ในการทำให้หนูน้อยต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้ นั่นก็คือ พวกตอลิบาน
       
       มูฮัมหมัด ริชาด (Muhammad Rishad) พ่อของ จิฮัด เล่าว่า เด็กชายผู้นี้ได้รับการตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโรคโปลิโอในวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institute of Health) ของปากีสถานในกรุงอิสลามาบัด
       
       ครอบครัวของเขาต้องเดินทางจากบ้านในเขตนอร์ทวาซิริสถาน (North Waziristan) ซึ่งเป็นพื้นที่เทือกเขาสูงที่เป็นส่วนหนึ่งของแคว้นของชาวชนเผ่าภายใต้การบริหารปกครองของรัฐบาลกลาง และมีชื่อเรียกขานอย่างเป็นทางการว่า “ Federally Administered Tribal Areas” (FATA) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้บุตรชายผู้นี้ได้รับการเยียวยารักษาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะได้แล้ว แต่แล้วก็กลับได้รับแจ้งว่าเชื้อไวรัสได้แพร่กระจายไปในร่างกายจนเกินกว่าจะรักษาให้หายได้แล้ว และหนูน้อยมูฮัมหมัดคงจะไม่สามารถเดินได้อีก
       
       ริชาด ผู้อยู่ในอาการหัวหมุนว้าวุ่น บอกกับสำนักข่าวอินเตอร์เพรสเซอร์วิส (Inter-Press Service ใช้อักษรย่อว่า IPS) ว่า “พวกนักรบตอลิบานต้องเป็นผู้รับผิดชอบลูกชายของผม (ที่ต้องเป็นอัมพาต) พวกเขาออกคำสั่งห้ามไม่ให้รับการหยอดวัคซีนป้องกันโปลิโอ นั่นแหละทำให้ลูกชายผมไม่มีภูมิคุ้มกันโรค”
       
       ริชาด เป็นแรงงานรับจ้างรายวัน ผู้ซึ่งแทบไม่มีความฝันอะไรนอกเหนือจากการพยายามวางแผนชีวิตอันเหมาะสมให้แก่ลูกชายคนเดียวของเขา เขาบอกว่าตอนนี้พวกตอลิบานได้ขโมยเอาความหวังแห่งอนาคตอันมีอยู่น้อยนิดของเขาไปเสียแล้ว
       
       “เมื่อเขาโตขึ้น ลูกชายผมจะต้องประณามพวกนักรบพวกนี้อย่างแน่นอน” ริชาด กล่าวต่อ ถึงแม้ความคิดเช่นนี้แทบจะไม่ได้ช่วยปลอบโยนเขาขึ้นมาเท่าไรเลย
       
       ใครๆ ก็ต้องเห็นด้วยกับความเห็นของพวกผู้เชี่ยวชาญที่ว่าอนาคตของประเทศที่มีประชากร 170 ล้านคนและเต็มไปด้วยปัญหาความยุ่งยากไม่หยุดไม่หย่อนแห่งนี้ ขึ้นอยู่กับเด็กๆ ดังนั้นจึงควรต้องพิทักษ์คุ้มครองเด็กอย่างสุดกำลังเท่าที่จะกระทำได้
       
       แต่น่าเศร้าใจที่คำแนะนำอันมีค่าดังกล่าวนี้ไม่เป็นที่รับฟังในพื้นที่ทางภาคเหนือซึ่งมีพวกอิสลามิสต์ติดอาวุธเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก และกลุ่มตอลิบานได้ประกาศห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้มีการใช้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่อในเด็กทุกๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น โปลิโอ (โรคร้ายนี้บางทีเรียกกันอย่างง่ายๆ ว่า “โรคอัมพาตในเด็กทารก” infantile paralysis เนื่องจากเชื้อไวรัสโปลิโอจะเข้าทำลายระบบประสาทของเด็กจนทำให้พิการเดินไม่ได้), โรคหัด, โรคคอตีบ, โรคตับอักเสบ, โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ, ไอกรน, ไข้หวัดใหญ่, และโรคปอดบวม
       
       เด็กจำนวนมากในตลอดทั้ง 7 เขตของ FATA ต่างได้รับความกระทบกระเทือนอย่างเลวร้ายที่สุดจากการห้ามให้วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ซึ่งใช้วิธีหยอดให้ทางปาก โดยที่ตอลิบานอ้างเหตุผลในการสั่งห้ามว่า เนื่องจากนี่เป็นแผนการร้ายของสหรัฐฯที่มุ่งหมายจะทำให้ประชากรชาวมุสลิมกลายเป็นหมัน เวลานี้เด็กกว่า 160,000 คนในนอร์ทวาซิริสถาน และอีก 157,000 คนในเขตเซาท์วาซิริสถาน (South Waziristan) ต่างตกอยู่ในความเสี่ยงที่อาจเจ็บป่วยถึงชีวิตด้วยเชื้อโรคติดต่อเหล่านี้
       
       ไม่เพียงแต่ประกาศห้ามเท่านั้น ตอลิบานยังได้ใช้ทั้งความรุนแรงและการก่อความสยดสยองเพื่อบังคับให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ด้วย โดยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2012 เป็นต้นมา มีอาสาสมัครทำงานสาธารณสุขและตำรวจอย่างน้อยที่สุด 20 คนแล้วถูกเข่นฆ่าสังหาร เนื่องจากหาญกล้าท้าทายคำสั่งของพวกอิสลามิสต์ติดอาวุธเหล่านี้ ด้วยการเข้าร่วมการรณรงค์หยอดและฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อในแคว้นไคเบอร์ปัคตุนควา (Khyber Pakhtunkhwa) และแคว้นสินธุ์ (Sindh)
       
       เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โรคโปลิโอได้ถูกกำจัดจนแทบจะหมดสิ้นไปจากโลก โดยยังเหลืออยู่ใน 3 ประเทศเท่านั้น ได้แก่ อัฟกานิสถาน, ไนจีเรีย, และปากีสถาน โดยที่ในปากีสถาน การที่เชื้อโรคร้ายนี้กลับปรากฏการระบาดขึ้นอีกในระยะหลังๆ นี้ เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการก้าวถอยหลังกลับมาหลายๆ ก้าว ภายหลังความพยายามอย่างประสบผลในการกำจัดกวาดล้าง กล่าวคือ จากที่เคยมีผู้ป่วยเพียง 28 รายในปี 2005 ประเทศนี้ก็ต้องพบเห็นจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็น 117 รายในปี 2008 และ 198 รายในปี 2011
       
       สำหรับปี 2013 นี้มีรายงานว่าพบผู้ป่วยแล้ว 18 ราย และพวกผู้เชี่ยวชาญกำลังหวั่นเกรงว่าจำนวนอาจจะพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่ง
       
       น.พ.ฟาร์มาน อาลี (Farman Ali) ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ของเขตนอร์ทวาซิริสถาน ในตำบลมิรันชาห์ (Miranshah) บอกกับสำนักข่าวไอพีเอสว่า อันตรายจาก “การระบาดของโรคโปลิโอ” ไม่เคยห่างไกลไปไหนเลยในเมื่อมีเด็กๆ จำนวนมากมายที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน ขณะที่เชื้อไวรัสร้ายยังคงปรากฏอยู่ทั่วไป
       
       ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พวกเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ลงบันทึกไว้ว่า มีกรณีมากกว่า 50,000 รายใน FAFA และแคว้นไคเบอร์ปัคตุนควา ที่ครอบครัวต่างๆ ปฏิเสธไม่ยอมรับวัคซีน
       
       “พวกตอลิบานเตือนเราอย่างกวดขันทีเดียวให้ถอยห่างจากเรื่องการให้วัคซีน พวกเขายังได้ทำลายกล่องน้ำแข็งบรรจุวัคซีนของพวกเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมทั้งขู่จะฆ่าพวกเขาด้วยถ้ายังขืนทำงานต่อไป” น.พ.อาลี บอก
       
       ทางด้าน อิห์ซานุลเลาะห์ อิห์ซาน (Ihsanullah Ihsan) โฆษกของตอลิบาน เคยแจ้งกับสำนักข่าวไอพีเอสในปีที่แล้วว่า “คณะผู้นำ (ของพวกเขา) ได้มีมติห้ามไม่ให้มีการใช้วัคซีน เพราะมันถูกใช้เป็นข้อแก้ตัวสำหรับการที่สหรัฐฯจะส่งพวกสายลับเข้ามา และคอยแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของพวกผู้นำตอลิบานให้โดรน (อากาศยานไร้คนขับ) เข้าโจมตี … เราจะอนุญาตให้มีการใช้วัคซีนเมื่อสหรัฐฯหยุดการโจมตีด้วยโดรน”
       
       ทว่าแทนที่จะเป็นรัฐบาลสหรัฐฯซึ่งต้องเป็นผู้จ่ายราคาค่างวดจากการสั่งห้ามเช่นนี้ นี่มันกลับกลายเป็นครอบครัวของคนยากคนจนไปเสียฉิบ
       
       กุล ดารัซ (Gul Daraz) ชาวบ้านคนหนึ่งในเขตนอร์ทวาซิริสถาน มีลูกชายวัย 3 ขวบซึ่งเคยได้รับการหยอดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอครั้งแรกไปแล้ว เมื่อตอนที่มีการออกคำสั่งห้าม แต่เนื่องจากเด็กน้อยผู้นี้ไม่ได้รับอนุญาตให้รับวัคซีนต่อไปจนครบ 3 ครั้งตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดเอาไว้ เวลานี้เขาจึงกลายเป็นอัมพาตหลังจากล้มป่วย
       
       “ทุกๆ ครั้งที่เมียผมมองดูลูกชายพิการของเรา เธอจะต้องน้ำตาไหลทุกครั้งไป” ดารัซ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายของจนๆ คนหนึ่งบอกกับไอพีเอส
       
       น่าเศร้าใจที่ครอบครัวนี้ไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวที่ประสบชะตากรรมเช่นนี้ น.พ.ฟาวัด ข่าน (Fawad Khan) ผู้อำนวยการฝ่ายสาธารณสุขของแคว้น FATA บอกว่า “เราสามารถที่จะให้วัคซีนแก่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีใน FATA ได้เพียงแค่ 400,000 คนเท่านั้นจากเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ถึง 900,000 คน”
       
       เขาแจกแจงกับไอพีเอสว่า จากจำนวนคนไข้ 58 รายที่มีการรายงานกันจากทั่วประเทศในปีที่แล้ว โดยในจำนวนนี้ 27 รายเป็นผู้ป่วยในแคว้นไคเบอร์ปัคตุนควา และ 20 รายใน FATA นั้น มีผู้เคราะห์ร้าย 12 รายทีเดียวเป็นผู้ที่ได้ถูกห้ามไม่ให้ได้รับการหยอดวัคซีน
       
       ซารีน ตาจา (Zareen Taja) แม่บ้านผู้หนึ่งในเขตบาจาอูร์ (Bajaur) ของ FATA เล่าให้ไอพีเอสฟังทางโทรศัพท์ว่า “ลูกชายฉันเป็นคนหล่อมาก แต่เขาเดินแบบคนปกติธรรมดาไม่ได้อีกแล้ว ฉันไม่ขอประณามสาปแช่งใครเลยนอกจากพวกตอลิบาน”
       
       เธอกล่าวต่อไปว่า ในสภาพที่เป็นอยู่เวลานี้ ปากีสถานย่อมไม่มีทางที่จะทำได้ตามเป้าหมายในการกำจัดกวาดล้างโรคติดต่อซึ่งป้องกันได้ชนิดนี้ให้หมดสิ้นไป และจะได้หลุดออกจากบัญชีของประเทศอีกเพียง 2 แห่งในโลกซึ่งยังมีโรคโปลิโอระบาดอยู่
       
       นูร์ กุล (Noor Gul) ครูสอนหนังสือในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตพรมแดนบันนู (Frontier Region Bannu) ซึ่งลูกชายของเขาเป็นคนหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคโปลิโอและกลายเป็นอัมพาตเพราะไม่ได้รับวัคซีนป้องกันไว้ก่อน เขาติดฉลากตีตราประทับให้พวกตอลิบานว่าเป็น “ศัตรูร้ายของเด็กๆ”
       
       “พวกเขาต่อต้านทั้งการศึกษาและการให้วัคซีน ทั้งสองอย่างที่เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับพัฒนาการของเด็กทั้งนั้นเลย”
       
       การประชุมระดับนานาชาติของนักการศาสนาอิสลาม ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ณ นครหลวงอิสลามาบัด ได้ลงมติประณามพวกติดอาวุธตอลิบานที่ทำการเข่นฆ่าพนักงานให้วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอในปากีสถาน รวมทั้งให้ถือว่าพวกติดอาวุธตอลิบานคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบสำหรับการระบาดขึ้นมาอีกครั้งของโรคร้ายนี้
       
       ดร.มูฮัมหมัด เวซัม (Muhammad Wesam) หัวหน้านักการศาสนาของมหาวิทยาลัยอัล-อักซอร์ (Al-Azhar University) ในกรุงไคโร บอกกับผู้เข้าร่วมการประชุมว่า การรณรงค์ของตอลิบานเช่นนี้ “ขัดกับอิสลาม”
       
       นักการศาสนา 34 คนจากทั้งปากีสถาน, เยเมน, อียิปต์, และซาอุดีอาระเบีย ได้ร่วมกันออกประกาศระบุว่า พวกที่กำลังขัดขวางการให้วัคซีนนั้น กำลังประกอบอาชญากรรม ซึ่งพระเจ้าจะไล่เรียงชำระความผิดของพวกเขาอย่างแน่นอน
       
       การที่เหล่านักการศาสนาออกมาแทรกแซงแสดงความเห็นทำนองนี้ นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขความคิดเห็นผิดๆ ที่ว่า การหยอดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ เป็น “การต่อต้านอิสลาม” น.พ.จัน บัซ อัฟริดี (Jan Baz Afridi) หัวหน้าโครงการให้วีคซีนของแคว้นไคเบอร์ปัคตุนควา เล่าให้ไอพีเอสฟังว่า สำนักงานของเขากำลังร่วมทำงานกับพวกนักการศาสนาและอาสาสมัครผู้ทำงานด้านสาธารณสุข เพื่อออกรณรงค์ดำเนินโครงการให้วัคซีนต่อไป
       
       “เรากำลังตกอยู่ใต้แรงกดดันอันหนักหน่วงสาหัสเหลือเกิน เพราะจะต้องให้วัคซีนแก่เด็กๆ ทั้งหมด 5.2 ล้านคนในไคเบอร์ปัคตุตควา เพื่อที่จะได้สามารถกำจัดโรคร้ายนี้ให้หมดสิ้นไปได้” เขากล่าว
       
       (สำนักข่าวอินเตอร์เพรสเซอร์วิส)

< Previous   Next >