Home arrow News arrow รบ.เบี้ยน้อย!! เจียดงบพัฒนาวัคซีน 7 โรคให้แค่ 63 ล้านบาท
รบ.เบี้ยน้อย!! เจียดงบพัฒนาวัคซีน 7 โรคให้แค่ 63 ล้านบาท Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 17 กรกฎาคม 2013
   ครม.อนุมัติงบฯปี 57 ให้สถาบันวัคซีนฯ 63 ล้านบาท พัฒนาวัคซีน 9 ตัว 7 โรค "หมอจรุง" ย้ำดันไทยผลิตวัคซีนเองต้องร่วมมือกับเอกชนมากขึ้น เน้นการผลิตแบบต้นน้ำ แนะต้องให้สิทธิพิเศษไม่ต้องประกวดราคาในการขายวัคซีนให้หน่วยงานรัฐ ยันไม่กีดกันทางการค้ากลุ่มธุรกิจรับวัคซีนมาแบ่งบรรจุขาย

  นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวในเวทีการอภิปรายเรื่อง "วัคซีนและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค : สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในระดับประเทศ" ในงานประชุมวิชาการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10-12 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณปี 2557 ให้แก่สถาบันวัคซีนแห่งชาติจำนวน 63 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้พัฒนาวัคซีน 9 ตัว 7 โรค ซึ่งเป็นโรคพื้นฐานที่สำคัญที่ยังต้องใช้ในปัจจุบันและอนาคต ได้แก่ 1.โรคคอตีบ 2.โรคไอกรน 3.โรคบาดทะยัก 4.โรคไวรัสตับอักเสบบี 5.โรคไข้สมองอักเสบจีอี 6.โรคไข้เลือดออก และ 7.วัณโรค
       
       นพ.จรุง กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยผลิตวัคซีนเองได้ไม่กี่ชนิด จึงต้องมีการพัฒนาให้ไทยสามารถผลิตวัคซีนเองได้ โดยต้องร่วมมือกับบริษัทเอกชนหรือต่างชาติมากขึ้น ทั้งนี้ จะต้องมีโปรเจกต์ที่พัฒนาไปสู่การผลิตวัคซีนตั้งแต่ต้นน้ำที่ชัดเจน และต้องตั้งโรงงานผลิตในเมืองไทย เพราะวัคซีนบางชนิดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ที่สำคัญรัฐบาลจะต้องมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน ไม่เดินหน้าแล้วก็ถอยหลังไปๆ มาๆ ซึ่งจะทำให้การเดินหน้าเรื่องวัคซีนเกิดความลำบาก และเสียเวลา
       
       "นอกจากนี้ หากจะส่งเสริมให้ไทยสามารถผลิตและขายวัคซีนได้นั้น จะต้องมีการสนับสนุนให้ผู้ผลิตภายในประเทศได้รับสิทธิพิเศษในแง่ระเบียบพัสดุ คือ หากหน่วยราชการจะซื้อวัคซีนจากผู้ผลิตในประเทศก็ไม่จำเป็นต้องเปิดซองประมูล แต่จะต้องเป็นผู้ผลิตในประเทศที่ผลิตวัคซีนตั้งแต่ต้นน้ำ หรือวัคซีนในโครงการของรัฐบาลที่มีเป้าหมายจะเป็นการผลิตวัคซีนแบบต้นน้ำ ซึ่งในต่างประเทศก็ล้วนมีการส่งเสริมแบบนี้ ขณะที่ผู้ประกอบการที่นำเข้าวัคซีนหรือนำมาแบ่งบรรจุขายก็ให้ใช้หลักการเดิมคือต้องเปิดซองประมูล ซึ่งวิธีการนี้ไม่ได้เป็นการกีดกันทางการค้าและขัดต่อระเบียบของ FTA แต่อย่างใด" ผอ.สถาบันวัคซีนฯ กล่าว
< Previous   Next >