Home arrow News arrow รพ.สวนดอกเผยยอดป่วยไข้เลือดออกพุ่ง 10 เท่า-เร่งวิจัยวัคซีนรักษา
รพ.สวนดอกเผยยอดป่วยไข้เลือดออกพุ่ง 10 เท่า-เร่งวิจัยวัคซีนรักษา Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
จันทร์, 08 กรกฎาคม 2013
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ยอมรับปีนี้สถานการณ์ไข้เลือดออกระบาดหนัก แค่ 6 เดือนแรกของปีนี้ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 10 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหตุมีการระบาดของเชื้อพร้อมกันหลายสายพันธุ์และมีการเคลื่อนย้ายผู้คนเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นพาหะนำโรคโดยไม่รู้ตัว ชี้การฉีดพ่นสารเคมีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแทบจะไร้ผล เพราะเป็นเพียงการฉีดไล่ยุงเท่านั้น เผยกำลังเร่งวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันรักษาโรค มั่นใจจะประสบความสำเร็จภายในไม่กี่ปีนี้
 วันนี้ (5 ก.ค.) ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย ผศ.นพ.นิสิต วรรธนัจฉริยา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ นพ.นนทกานต์ นันทจิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ศรีพัฒน์ และ รศ.พญ.เพณณินาท์ โอเบอร์ดอร์เฟอร์ หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก
       
       โดย ผศ.นพ.นิสิตเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2556 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แบ่งเป็นผู้ป่วยนอกจำนวน 1,328 ราย เฉพาะเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียวมีจำนวนผู้ป่วยสูงถึง 827 ราย และผู้ป่วยในมีจำนวน 144 ราย ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เป็นผู้ป่วยนอกนั้น มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 ที่มีจำนวนผู้ป่วยนอก 138 คน ขณะที่จำนวนผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 8 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555
       
       นอกจากนี้ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่บอกว่า เวลานี้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันรักษาไข้เลือดออก ซึ่งเบื้องต้นได้ผลดีในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ โดยจะมีการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี พร้อมกันนี้ระบุว่าการฉีดพ่นสารเคมีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนิยมทำกันนั้น ส่วนใหญ่พบว่าเป็นเพียงการฉีดพ่นสารเคมีไล่ยุงเท่านั้น ไม่ได้ฆ่ายุง ซึ่งทำให้ในที่สุดจะยังคงมียุงกลับมาอีก ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ค่อยได้ผลในการป้องกันโรค
       
       ด้าน นพ.นนทกานต์กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในปี 2556 นี้ถือว่ามีความรุนแรงมากเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นไปตามวงรอบของการระบาดของโรคที่จะมีความรุนแรงปีเว้นปี แต่ปัจจัยเสริมอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดหนักในปีนี้ก็เนื่องมาจากมีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกพร้อมกันหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ตั้งข้อสังเกตว่า โครงการก่อสร้างที่เพิ่มมากขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ เช่น โครงการคอนโดมิเนียม หรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เป็นต้น ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของคนเป็นจำนวนมากเข้ามาทำงาน รวมทั้งนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาต่อด้วย อาจจะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การแพร่ระบาดของโรครุนแรงขึ้นด้วย เพราะเหล่านั้นอาจจะเป็นพาหะนำโรคเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
       
       ขณะที่ รศ.พญ.เพณณินาท์ โอเบอร์ดอร์เฟอร์ หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยว่า ในปีนี้สถานการณ์ไข้เลือดออกมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่าปกติประมาณ 1 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดมาจากยุงลายในชุมชน สัดส่วนผู้ป่วยที่ติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการในชุมชนมีสูงถึงร้อยละ80-90 และการวินิจฉัยที่ไม่เพียงพอ
       
       รศ.พญ.เพณณินาท์บอกด้วยว่า ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่มีอายุต่ำว่า 1 ปี โดยมีอายุ 5 เดือน 6 เดือน และ 7 เดือน ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังมีการแสดงอาการที่แปลกออกไปจากที่เคยพบมาก่อนด้วย เพราะการแสดงอาการทางสมองร่วมด้วย ทั้งนี้อาการสำคัญในเด็กที่ควรรีบแพทย์ ได้แก่ ไข้สูงเฉียบพลัน หน้าแดง ปวดศีรษะ อาเจียน ปวดท้อง เป็นต้น

< Previous   Next >