Home arrow News arrow สสจ.ตรังฉีดวัคซีนชาวมุสลิมที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ ป้องกันโรคระบาด
สสจ.ตรังฉีดวัคซีนชาวมุสลิมที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ ป้องกันโรคระบาด Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 05 กรกฎาคม 2013
ตรัง - สสจ.ตรัง บริการฉีดวัคซีนโรคกาฬหลังแอ่น-ไข้หวัดใหญ่ ให้ชาวมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย 180 คน พร้อมแนะนำวิธีปฏิบัติตัวในช่วงแสวงบุญ
 เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (4 ก.ค.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุข จ.ตรัง นพ.วิฑูรย์ เหลืองดิลก นพ.สาธารณสุข จ.ตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุข จ.ตรัง ได้จัดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค 2 ชนิดฟรีแก่ชาวไทยมุสลิม ใน จ.ตรัง ทั้ง 180 คน ที่เตรียมตัวจะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ยังนครเมกกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรคกาฬหลังแอ่น และวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ป่วยจาก 2 โรคดังกล่าว
       
       เนื่องจากผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ มาจากหลายเชื้อชาติทุกภูมิภาคของโลก และมีโอกาสระบาดขึ้นได้ พร้อมทั้งได้แจกเวชภัณฑ์การดูแลสุขภาพ และเอกสารแผ่นพับแก่ผู้แสวงบุญทุกคน เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพ เช่น เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย
       
       ด้าน นายแพทย์ วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง ได้กล่าวชี้แจงทำความเข้าใจแก่ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดตรัง จำนวนทั้ง 180 คน ที่เตรียมตัวจะไปแสวงบุญ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เรื่องวิธีการดูแลสุขภาพก่อนจะไปทำฮัจญ์ พร้อมกันนั้น ยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตน การเตรียมเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ตลอดจนการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อขณะที่พำนักอยู่กรุงเมกกะห์ และภายหลังกลับจากแสวงบุญ รวมทั้งการเฝ้าระวังอาการอันพึงประสงค์ ภายหลังได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วย
       
       ทั้งนี้ นายแพทย์สาธารสุขจังหวัดตรัง ได้เน้นย้ำอีกว่า ก่อนการเดินทางขอให้ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดตรังทุกคน ดูแลสุขภาพให้พร้อม และให้เฝ้าระวังโรคทางเดินหายใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นหวัด ขอให้รีบไปพบแพทย์ก่อนการเดินทาง ขณะที่ลูกหลานก็ควรจะดูแลสุขภาพของผู้ที่จะเดินทางด้วยว่า ร่างกายมีความพร้อมหรือไม่ รวมทั้งโรคติดต่อใหม่ที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นห่วง และได้วางระบบการป้องกันไว้อย่างต่อเนื่องคือ โรคทางเดินหายใจรุนแรง จากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2012 หรือเมิร์ส ( MERS) ซึ่งพบในพื้นที่ประเทศแถบตะวันออกกลาง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 เป็นต้นมา แม้ว่าในประเทศไทยขณะนี้จะยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อดังกล่าวก็ตาม แต่สถานการณ์ก็ยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
< Previous   Next >