Home arrow News arrow ยันเอาอยู่...ห้ามเชื้อหวัดนกลามไทย หลังกรมปศุสัตว์เดินสายให้ความรู้ผู้เลี้ยงต่อเนื่อง
ยันเอาอยู่...ห้ามเชื้อหวัดนกลามไทย หลังกรมปศุสัตว์เดินสายให้ความรู้ผู้เลี้ยงต่อเนื่อง Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พุธ, 26 มิถุนายน 2013
    ศูนย์ข่าวศรีราชา - ผอ.สำนักพัฒนาระบบ และรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ยันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในไทยเป็นศูนย์ หลังคุมเข้มการแพร่ระบาดจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งยังห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกข้ามประเทศ และสุ่มตรวจฟาร์มหาเชื้อ ขณะเดียวกัน มีนโยบายไม่ให้ใช้วัคซีนป้องกันโรค หวั่นเกิดกลายพันธุ์เช่นหลายประเทศ
 วันนี้ (25 มิ.ย.) สำนักพัฒนาระบบ และรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ร่วมกับบริษัทในเครือฉวีววรณ ซึ่งผลิตเนื้อสัตว์ปีกเพื่อการส่งออกครบวงจรรายใหญ่ของไทย จัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตร “ผู้จัดการคอมพาร์ตเมนต์” เพื่อให้ความรู้บุคลากรในสังกัดเกี่ยวกับระบบการจัดการ และดูแลฟาร์มอย่างถูกต้อง และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดระบบดูแลสัตว์ปีกให้เบ็ดเสร็จก่อนเข้าสู่โรงเชือด สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคในไทย และต่างประเทศ ซึ่งการอบรมดังกล่าวจัดขึ้นที่สโมสรพนาวัลย์สมาร์ทแลนด์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีพนักงานระดับผู้จัดการ และการดูแลฟาร์มในเครือฉวีวรรณกรุ๊ป เข้าร่วมกว่า 100 คน
       
       นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต ผผู้อำนวยการสำนักฯ กล่าวว่า หลังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในไทยเมื่อปี 2547 สร้างความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรมสัตว์ปีก การผลิต และส่งออกเนื้อไก่ของไทย ทำให้ปี 2549 กรมปศุสัตว์ นำหลักการคอมพาร์ตมาร์ต ที่จะต้องมีการติดตามผลการตรวจประเมินภายใน ทั้งทางคลินิก และห้องปฏิบัติการของผู้ประกอบการ มาใช้ควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดนก โดยให้มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพ และรักษาสถานภาพปลอดโรคไข้หวัดนกในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกเนื้อ กระทั่งขยายขอบข่ายครอบคลุมทั้งวงจรการผลิตสัตว์ปีกเนื้อ สถานที่ฟักไข่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ และโรงฆ่าสัตว์ปีก
       
       ทำให้ปัจจุบัน ประเทศไทยปลอดจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกอย่างเบ็ดเสร็จถึง 4 ปีติดต่อกัน ซึ่งมาตรการสำคัญที่กรมปศุสัตว์ใช้ควบคุมการขยายพื้นที่แพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านสู่ไทย คือ 1. ควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกระหว่างชายแดน โดยไม่อนุญาตให้มีการย้ายสัตว์ปีกเข้ามาในพื้นที่ 2.สุ่มตรวจฟาร์มเพื่อหาเชื้อไวรัส ซึ่งยังไม่พบเชื้อไวรัส 3.เอกซเรย์พื้นที่เสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาด หากพบมีสัตว์ปีกป่วย หรือตาย ปศุสัตว์ประจำตำบลจะแจ้งต่อสำนักงานฯ เข้าตรวจหาเชื้อ และ 4.การใช้มาตรการฟูด เซฟตี้ ดูแลระบบการผลิต
       
       ยืนยันว่าขณะนี้ประเทศไทยไม่มีการพบเชื้อ h5n1 และ h7n9 ที่เคยแพร่ระบาดในประเทศจีน ที่สำคัญประเทศไทยไม่มีนโยบายใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีก เพราะหวั่นว่าจะเกิดการกลายพันธุ์ของโรค ดังที่เกิดในประเทศเพื่อนบ้าน ที่สำคัญยังเป็นการสร้างความมั่นใจในการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกในไทย และตลาดต่างประเทศ ที่กำลังให้ความสนใจในการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากไทยมากขึ้น ทั้งในตลาดยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี
       
       ปี 2556 พบว่าผู้ประกอบการในประเทศมีความพยายามปรับปรุงการเลี้ยงไก่จนได้มาตรฐาน ซึ่งขณะนี้กล่าวได้ว่า ฟาร์มเลี้ยงไก่ของไทยมีมาตรฐานที่ดีเป็นอันดับ 1 ของโลก และกรมปศุสัตว์ยังคงเดินหน้าที่จะหามาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้านสู่ไทย ให้ได้ 100% ต่อไป
       
       ขณะที่นางฉวีวรรณ คำพา ประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือฉวีวรรณ กล่าวว่า หลังจากปี 2547 กรมปศุสัตว์ได้จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำ contract farming ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของฉวีวรรณกรุ๊ป ได้จัดทีมสัตวแพทย์ และสัตวบาล ดูแลและควบคุมระบบการเลี้ยงภายในฟาร์มเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและถูกต้องตามมาตรฐาน จนทำให้ขณะนี้เนื้อไก่ดิบและไก่ปรุงสุกจากไทยได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าในตลาดโลกเพิ่มขึ้น
       
       ซึ่งผู้บริโภคในประเทศไทยสามารถมั่นใจได้ว่า ได้บริโภคเนื้อไก่ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการดูแลอย่างเข้มงวดจากผู้ประกอบการ

< Previous   Next >