|
ผลิตวัคซีนหวัดใหญ่-หวัดนกตั้งเป้าปี"51ได้ต้นแบบต่อยอด |
|
|
|
Post by Administrator
|
|
อังคาร, 18 กันยายน 2007 |
|
เมื่อวันที่ 11 กันยายน นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) พร้อมด้วย นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการ อภ. และ ภก.รศ.ดร.สินธุ์ชัย แก้วกิตติชัย คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แถลงข่าว "พิธีลงนามความร่วมมือด้านชีววัตถุในโครงการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่-ไข้หวัดนกระดับห้องปฏิบัติการ" ระหว่าง อภ.และมหาวิทยาลัยศิลปากร
นพ.วิทิตเปิดเผยว่า อภ.ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ตามโครงการ Thailand for WHO Influenza Vaccine Grant จำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อทดลองผลิตวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่-ไข้หวัดนก อย่างไรก็ตาม มีเชื้อไวรัสบางสายพันธุ์ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิต อาจเป็นเชื้อที่มีความเสี่ยงหรือความรุนแรงสูง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทำการทดลองในห้องปฏิบัติการในระดับ Bio-safety-Level 3 (BSL-3) ซึ่งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นแห่งเดียวที่มีความพร้อมในการดำเนินการดังกล่าวตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก "โครงการนี้ได้ดำเนินการแล้ว อาทิ การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม ความเข้มข้นของเชื้อ สภาวะอุณหภูมิ และระยะเวลาที่ใช้ในการเพาะเชื้อ ก่อนนำมาผลิตเป็นวัคซีน โดยขณะนี้ได้เริ่มทดสอบซ้ำเพื่อให้มั่นใจก่อนนำมาผลิตเป็นวัคซีน คาดว่าเดือนมกราคม 2551 จะได้วัคซีนต้นแบบเพื่อพัฒนาการผลิตไปสู่ระดับโรงงานอุตสาหกรรมในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งไทยจะสามารถผลิตได้จำนวน 2 ล้านโด๊สต่อปี และเพิ่มเป็น 10 ล้านโด๊สในปีที่มีการระบาดใหญ่" นพ.วิทิตกล่าว นพ.วิชัยกล่าวว่า หากมีการระบาดจริง วัคซีนที่มีอยู่จะไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะปัจจุบันทั่วโลกสามารถผลิตวัคซีนได้รวมกันทั้งสิ้นเพียง 350 ล้านโด๊สเท่านั้น ขณะที่ประชากรโลกมีถึง 6 พันล้านคน โดยประเทศที่ผลิตวัคซีนได้เอง ก็จะเก็บวัคซีนไว้ใช้ในประเทศของตนเท่านั้น ที่มา วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10777 |