Home arrow News arrow ไทยเร่งกำจัดพิษสุนัขบ้าในปี 2563 ส่วนปีนี้ตายแล้ว 1 ราย
ไทยเร่งกำจัดพิษสุนัขบ้าในปี 2563 ส่วนปีนี้ตายแล้ว 1 ราย Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
อังคาร, 30 เมษายน 2013
  ทั่วโลกตายเพราะโรคพิษสุนัขบ้าปีละกว่า 5.5 หมื่นราย ส่วนใหญ่อยู่ในแถบเอเชีย ขณะที่ไทยผู้ป่วยลดลงทุกปี ล่าสุดปีนี้ตายแล้ว 1 ราย เร่งจัดประชุมโรคพิษสุนัขบ้าระดับนานาชาติ หาความร่วมมือป้องกัน ควบคุม และกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปในปี 2563
  วันนี้ (29 เม.ย.) นพ.ธวัชชัย กมลธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขต 6 กล่าวระหว่างแถลงข่าวการประชุมโรคพิษสุนัขบ้าระดับนานาชาติ ครั้งที่ 4 ว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าทั่วโลกพบว่า มีผู้เสียชีวิตปีละ 55,000 ราย ทวีปเอเชียพบผู้เสียชีวิตปีละ 30,000 ราย อย่างปี 2554 อินเดียมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 20,000 ราย ปากีสถาน 5,000 ราย ขณะที่ไทยพบ 8 ราย ทั้งนี้ ร้อยละ 40-60 พบในเด็กอายุต่ำ 15 ปี แต่ละปีมีผู้ถูกสัตว์กัดแล้วได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันปีละ 15 ล้านคน ต้องสูญเสียค่าวัคซีนเป็นมูลค่า 580 พันล้านดอลลาร์ โดยสัตว์นำโรคในเอเชียกว่าร้อยละ 95 เกิดจากสุนัข

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย ผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มลดลงมาก จากปี 2523 มีผู้เสียชีวิต 370 ราย ต่อมาทุกๆ 10 ปี พบผู้เสียชีวิตลดลง และปี 2555 มีผู้เสียชีวิตเหลือ 8 ราย ส่วนในปี 2556 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายที่ จ.ปราจีนบุรี ผู้เสียชีวิตและสัตว์พบเชื้อส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคกลาง ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคใต้ ผู้เสียชีวิตเนื่องมาจากถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัดแล้วไม่ได้มาพบแพทย์

คร. กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งเป้าหมายจะกำจัดโรคให้หมดไปจากประเทศไทยภายในปี พ.ศ.2563 โดย คร.ได้รับมอบหมายในการจัดประชุม RIACON ครั้งที่ 4 ในวันที่ 11-13 ก.ย.2556 ร่วมกับมูลนิธิ Rabies In Asia (RIA) ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการวินิจฉัยการรักษา การเฝ้าระวัง และการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งจะนำไปสู่การเร่งรัดการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากทวีปเอเชียภายในปี พ.ศ.2563 อย่างมีประสิทธิภาพ” รองอธิบดี คร.กล่าว

นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขอแนะนำประชาชนให้ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและลดความเสี่ยงจากการถูกกัดด้วยตนเอง ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำ 5 ย ได้แก่ “อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแยก อย่าหยิบ อย่ายุ่ง” มีรายละเอียดดังนี้ อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห อย่าเหยียบสุนัข (หาง, ตัว, ขา) หรือทำให้สุนัขตกใจ อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบชามอาหารขณะสุนัขกำลังกิน และอย่ายุ่งกับสุนัขนอกบ้าน หรือที่ไม่ทราบประวัติ ประเด็นสำคัญคือโรคนี้เป็นแล้วตายทุกราย ไม่มียารักษา สามารถป้องกันได้ด้วยการนำสุนัขทุกตัวไปรับการฉีดวัคซีน
< Previous   Next >