Home arrow News arrow 3 วิธีปฏิบัติตัวป้องกันไข้หวัดก่อนสายเกินแก้
3 วิธีปฏิบัติตัวป้องกันไข้หวัดก่อนสายเกินแก้ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 21 มีนาคม 2013
    ไข้หวัดใหญ่ หรือ Flu เป็นโรคที่สามารถพาคนสุขภาพดีๆเข้าไปนอนโรงพยาบาลหรืออาจนำไปสู่ความตายได้ง่ายๆอย่างที่เราคาดไม่ถึง วิธีป้องกันตัวเองหรือผู้อื่นจากไข้หวัดใหญ่( Flu) สามารถทำได้ดังนี้
  ปฏิบัติการขั้นที่ 1 ฉีดวัคซีนป้องกัน

1. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปีเป็นสิ่งที่ควรกระทำและเป็นสิ่งที่สำคัญในระดับแรกของการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่( Flu)

2. แนะนำให้ใช้วัคซีนที่ต่อต้านเชื้อไวรัสตามฤดูกาล ชนิด 3 สายพันธุ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

3. บุคคลที่มีอายุมากกว่า 6 เดือนแนะนำให้ฉีดวัคซีนในทุกฤดูที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ (Flu)

4. ควรฉีดวัคซีนให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอันได้แก่
• หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงที่อายุครรภ์อยู่ในไตรมาสที่สอง - สาม
• คนอ้วน
• ผู้พิการทางสมอง
• เด็กเล็กที่มีอายุ 6 เดือน - 2 ปี
• ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
• ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ ปอด หอบหืด ไต เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
• บุคลากรทางด้านสาธารณสุข เพราะต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยจึงอยู่ในภาวะเสี่ยงที่อาจติดเชื้อได้ง่ายโดยอาจเกิดการติดเชื้อขั้นรุนแรง

5. เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือนไม่สามารถรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ (Flu) ดังนั้นผู้ดูแลเด็กควรรับการฉีดวัคซีนแทนเพื่อที่จะไม่นำเชื้อไปติดต่อยังเด็กทารกได้

ปฏิบัติการขั้นที่ 2 ป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อประจำวัน

1. พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วย
2. หากเกิดอาการป่วยหรือรู้สึกไม่สบาย แนะนำให้พักผ่อนอยู่บ้านอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังจากหายไข้แล้ว
3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือข้องเกี่ยวกับบุคคลอื่นมากเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรค
4. ปิดปากหรือจมูกโดยใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูในขณะที่ไอหรือจาม ทิ้งกระดาษทิชชูลงในถังขยะติดเชื้อหลังจากใช้แล้วทุกครั้ง
5. ใช้ผ้าคาดปิดปากในขณะเป็นหวัด เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรค
6. ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยครั้งเท่าที่จะทำได้ หากไม่สามารถหาน้ำและสบู่ได้ ให้ใช้เจลล้างมือแทน
7. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณใบหน้าและปาก จมูก เพราะเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยทางเหล่านี้
8. ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆที่คิดว่าน่าจะติดเชื้อโรคได้ง่าย เช่นรีโมต ที่ปิดประตู จาน ชามของผู้ป่วย

ปฎิบัติการขั้นที่ 3 ทานยาต้านไวรัสที่ได้รับการสั่งจากแพทย์

1. หากเราได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ การใช้ยาต้านไวรัสสามารถช่วยได้
2. ยาต้านเชื้อไวรัสแตกต่างจากยาแก้อักเสบหรือแอนติไบโอติก ดังนั้นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้ตรวจรักษาก่อน
3. ยาต้านเชื้อไวรัสสามารถช่วยทำให้อาการเจ็บป่วยทุเลาลงและร่นระยะเวลาในการรักษา และช่วยป้องกันอาการที่จะทำให้รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงยานี้จะทำให้ลดความเสี่ยงการต้องเข้าพักในโรงพยาบาลได้
4. จากการศึกษาพบว่ายาต้านเชื้อไวรัสนี้จะออกฤทธิ์ได้ดีหลังจากที่ได้รับไปประมาณ 2 วันหลังจากได้รับเชื้อ แต่การรับยาหลังได้รับเชื้อไปสักพักแล้วจะยังคงช่วยคนไข้ได้ หากผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงในการได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่( Flu) ให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์โดยเคร่งครัด
5. อาการไข้หวัดใหญ่ ( Flu)จะมีอาการดังนี้คือมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูกหรือคัดจมูก ปวดเมื่อย ร่างกาย ปวดศีรษะ เพลียและเหนื่อยล้า บางคนอาจมีอาการอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย ผู้ได้รับเชื้อบางคน อาจไม่แสดงอาการอะไรเลยก็ได้

ไข้หวัดใหญ่(Flu) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากเราดูแลป้องกันตัวเองอย่างดี จะช่วยลดอาการติดเชื้อได้ ดังนั้นให้เรามาดูแลตนเองและคนที่คุณรักกันเถอะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง
http://www.cdc.gov/flu/protect/preventing.htm
Delete Reply Reply All Forward Move Spam Actions Next Previous
< Previous   Next >