Home arrow News arrow จับตา! พบหลักฐานชี้ไวรัสใหม่ในตระกูลซาร์สระบาดจากคนสู่คน
จับตา! พบหลักฐานชี้ไวรัสใหม่ในตระกูลซาร์สระบาดจากคนสู่คน Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 15 กุมภาพันธ์ 2013
บีบีซี - เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหราชอาณาจักร เชื่อว่ามีหลักฐานหนักแน่นพอที่จะชี้ว่าไวรัสตัวใหม่ในตระกูลซาร์ส หรือกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ที่เรียกว่าไวรัส “โคโรนา” สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คน ขณะที่ทั่วโลกพบผู้ติดเชื้อแล้ว 11 ราย
   แม้บางทีกรณีการติดเชื้ออาจเกิดจากการสัมผัสกับสัตว์ แต่หากว่าไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อระหว่างคนด้วยกัน มันก็จะกลายเป็นภัยคุกคามที่น่ากังวลยิ่งขึ้น

ข้อวิตกนี้เกิดขึ้นหลังจากเชื่อกันว่าผู้ป่วยรายหนึ่งในสหราชอาณาจักร ติดเชื้อมาจากญาติของตนเอง กระนั้นก็ดีเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าภัยคุกคามของไวรัสตัวใหม่นี้ต่อประชากรโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ

จนถึงตอนนี้ยืนยันพบผู้ติดเชื้อทั่วโลก 11 ราย โดยไวรัสชนิดนี้นำมาซึ่งปอดอักเสบและก็ถึงขั้นไตวาย และในบรรผู้ป่วยทั้งหมด มีอยู่ 5 รายที่เสียชีวิตแล้ว

ส่วนในสหราชอาณาจักร พบผู้ป่วยแล้ว 3 ราย คนแรกเป็นผู้ป่วยที่บินจากกาตาร์เพื่อรักษาตัว ขณะที่รายที่สองเคยเดืนทางไปเยือนตะวันออกกลางและปากีสถาน จากนั้นก็คาดหมายว่าไวรัสดังกล่าวติดต่อจากผู้ป่วยรายที่ 2 ไปยังญาติอีกคน นอกจากนี้แล้วยังพบข้อบ่งชี้ถึงการติดต่อจากคนสู่คนก่อนหน้านี้ในแถบตะวันออกกลาง แต่ยังไม่มีการยืนยัน

ศาสตราจารย์จอห์น วัตสัน หัวหน้าแผนกนโรคติดต่อของระบบทางเดินหายใจของสำนักงานปกป้องสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร เผยว่า “คำยืนยันพบการติดเชื้อโคโรนาไวรัสในบุคคลซึ่งไม่เคยเดินทางไปตะวันออกกลาง บ่งชี้ว่าการติดต่อจากคนสู่คนเกิดขึ้นแล้ว และมันเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร”

“อย่างไรก็ตาม แม้กรณีนี้ให้หลักฐานอย่างชัดเจนต่อการติดต่อจากคนสู่คนของไวรัส แต่ความเสี่ยงติดเชื้อในกรณีแวดล้อมส่วนใหญ่ถูกมองว่ายังอยู่ในระดับต่ำมาก” เขากล่าว

ขณะที่ต้นกำเนิดของไวรัสใหม่นี้และวิธีการแพร่ระบาดของมันยังไม่เป็นที่ชัดเจน ทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือมันมาจากสัตว์ และน่าจะมีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับค้างคาว

ก่อนหน้านี้องค์การอนามัยโลกแจ้งให้ประเทศสมาชิกเฝ้าระวังการติดเชื้อ และเร่งหาสาเหตุหากพบอาการผิดปกติ ผู้ป่วยรายใดที่มีอาการป่วยรุนแรง ซับซ้อน ไม่ตอบสนองต่อการรักษาโดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งกลับจากประเทศในแถบคาบสมุทรอาหรับและใกล้เคียง ให้ถือว่าเป็นผู้ป่วยต้องสงสัย

กระนั้นก็ดี องค์การอนามัยโลกได้กล่าวย้ำว่า ในขั้นนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะห้ามการเดินทางหรือต้องมีการตรวจคัคกรองโรคอย่างเข้มข้นบริเวณพรมแดนแต่อย่างใด
< Previous   Next >