Home arrow News arrow บุรีรัมย์รุกป้องกันค้นหาผู้ป่วยเรื้อนรายใหม่ หลังพบพุ่งอันดับ 2 ของประเทศ
บุรีรัมย์รุกป้องกันค้นหาผู้ป่วยเรื้อนรายใหม่ หลังพบพุ่งอันดับ 2 ของประเทศ Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
พฤหัสบดี, 24 มกราคม 2013
บุรีรัมย์ - สสอ.บุรีรัมย์ร่วมท้องถิ่นจัดสัปดาห์ราชประชาสมาสัย รุกรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันโรคเรื้อน พร้อมระดมทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และ อสม.ลุยพื้นที่ตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และรักษาฟรีผู้ป่วยในชุมชน หลังพบผู้ป่วยโรคเรื้อนมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ
 วันนี้ (23 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) เมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จัด “สัปดาห์ราชประชาสมาสัย” ที่หอประชุม อบต.กระสัง เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ถึงวิธีดูแลป้องกันตนเองและสมาชิกในครอบครัวไม่ให้ป่วยด้วยโรคผิวหนังเนื้อชาหรือโรคเรื้อน เพราะเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ร่างกายเชื้อมักเข้าไปอาศัยอยู่บริเวณใต้ผิวหนัง และเส้นประสาทส่วนปลายภายในเวลา 3-5 ปี สูงสุด 12 ปี

หากผู้ใดได้รับเชื้อไม่มีภูมิต้านทานต่อโรคจะมีอาการแสดงทางผิวหนังเป็นวงด่างสีจาง ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาการจะลุกลามเป็นผื่นหรือตุ่มกระจายทั่วตัว และเมื่อเกิดอาการอักเสบของเส้นประสาทส่วนปลายจะทำให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมเส้นประสาทฝ่อลีบ มือเท้างอ ข้อติดแข็ง และอาจถึงขั้นพิการได้

ดังนั้น หลายฝ่ายจึงจำเป็นต้องร่วมมือกันรณรงค์ให้ความรู้ในเชิงรุก พร้อมกันนี้ยังได้มีการระดมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพตำบล และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้าไปทำการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ และบริการตรวจรักษาฟรีให้แก่ชาวบ้านที่ป่วยโรคผิวหนัง และโรคเรื้อนด้วย ซึ่งจากข้อมูลสถิติพบว่าเมื่อปี 2554 จ.บุรีรัมย์เป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยโรคเรื้อนในทะเบียนรักษามากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจาก จ.นราธิวาส

ด้าน นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานว่า โรคผิวหนังเนื้อชาหรือโรคเรื้อนสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากเข้ารับการตรวจรักษาตั้งแต่เริ่มต้นจะลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดความพิการได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนได้ใส่ใจและเฝ้าระวังโรคดังกล่าวมากขึ้น

พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือ อสม.ให้ทำการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ที่ตกค้างอยู่ในชุมชนในเชิงรุก เพื่อให้ผู้ป่วยตื่นตัวรีบออกมารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เริ่มเป็นเพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรงจนถึงขั้นพิการ

< Previous   Next >