Home arrow News arrow ที่ประชุม JITMM เตรียมถกหาแนวทางป้องกันโรคที่มากับน้ำและอาหาร
ที่ประชุม JITMM เตรียมถกหาแนวทางป้องกันโรคที่มากับน้ำและอาหาร Print E-mail
User Rating: / 0
PoorBest 
Post by Administrator   
ศุกร์, 14 ธันวาคม 2012

ประชุม JITMM 2012 เตรียมถกหาแนวทางป้องกันโรคที่มากับน้ำและอาหาร หลังเปิดเออีซี พร้อมเผยผลศึกษาวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกจากเชื้อเดงกี สุดทึ่ง ป้องกันได้จาก 3 ใน 4 สายพันธุ์ เร่งศึกษาเพิ่มเติมก่อนผลิตวัคซีน

วันนี้ (12 ธ.ค.) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ รศ.นพ.ประตาป สิงหศิวานนท์ ประธานคณะกรรมการจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติเวชศาสตร์เขตร้อน ประจำปี 2555 (JITMM 2012 ) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 ธ.ค. กล่าวว่า การจัดการประชุมครั้งนี้เป็นการร่วมกันหาแนวทางการป้องกันโรคที่จะปนเปื้อนมาในอาหารและน้ำดื่ม จากการเปิดประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งมีประเทศที่สนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 30 ประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยผลการศึกษาวัคซีนไข้เลือดออกในเด็กนักเรียน จ.ราชบุรี ระหว่างปี 2552-2555 ของคณะวิจัยจากคณะเชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)
ศ.เกียรติคุณ พญ.อรุณี ทรัพย์เจริญ ที่ปรึกษาคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล กล่าวว่า การศึกษาวัคซีนไข้เลือดออก พบว่า วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกของซาโนฟีปาสเตอร์ สามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสเดงกีได้ 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ที่ 1 ป้องกันได้ 61.2 % สายพันธุ์ที่ 3 ป้องกันได้ 81.9 % และสายพันธุ์ที่ 4 ป้องกันได้ 90% เหลือเพียงสายพันธุ์ที่ 2 เท่านั้นที่ยังไม่สามารถป้องกันได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากโรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยมีผู้ป่วยไข้เลือดออกปีละ 50,000-100,000 คน เสียชีวิตปีละ 50-150 คน ส่วนมากเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี ที่สำคัญยังไม่มีการรักษาโรคที่จำเพาะ

"องค์การอนามัยโลกตั้งเป้าลดจำนวนผู้ป่วยให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 25 และเสียชีวิตร้อยละ 50 ภายในปี 2020 ด้วยเหตุนี้ ความสำเร็จของการศึกษาวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสเดงกีได้ 3 ใน 4 สายพันธุ์จึงเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของการควบคุมโรคไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพ" ศ.เกียรติคุณ พญ.อรุณี กล่าว

ศ.เกียรติคุณ พญ.อรุณี กล่าวอีกว่า การศึกษาวัคซีนในครั้งนี้เป็นการผลิตจากเชื้อไวรัสเดงกีที่อ่อนแรง โดยจะให้วัคซีนห่างกัน 3 ครั้ง ห่างกัน 6 เดือน และมีนักเรียนเข้าร่วมศึกษาประสิทธิภาพ จำนวน 4,002 คน มีอายุระหว่าง 4-11 ปี โดยทำการศึกษาที่ จ.ราชบุรี เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ติด 1 ใน 5 มีผู้ป่วยสูงสุดในประเทศ ซึ่งเริ่มรับวัคซีนครั้งแรกในเดือน ก.พ. 2552 และสิ้นสุดในเดือน ม.ค. 2554
< Previous   Next >